ห่วงใยคนที่คุณรัก มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่คุณแม่

การเป็นแม่บ้านอยู่บ้านเฉยๆ ใช่ว่าจะไม่มี ความเสี่ยง ที่จะเกิดความเจ็บป่วย เพราะต้องดูแลสามีและลูกๆ จนบางครั้งไม่ได้ดูแลตัวเอง การมีประกันสุขภาพไว้ก็ดี เพื่อแบ่งเบาค่ารักษาพยาบาล ในยามเจ็บป่วย อย่างประกันสุขภาพได้หมดจากแมนูไลฟ์ คุณสามารถซื้อเป็นของขวัญให้คุณแม่ได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ ที่สำคัญครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลตามความเป็นจริง ห่วงใยคนที่คุณรัก มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ท่านสิครับ

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

โรคอ้วนและโรคกระเพาะ

โรคอ้วน ที่หลายคนและคุณแม่บ้านส่วนใหญ่ต้องตื่นมาทำกับข้าวในตอนเช้า ให้ลูกๆและสามีได้ทานในตอนเช้า แล้วก็ยังได้ทานข้าวสายกว่าสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้าน กว่าจะเคลียภารกิจในครัวเสร็จก็สายมากแล้ว จึงทำให้บางครั้งไม่สามารถกินข้าวได้ตรงตามเวลา มิหนำซ้ำส่วนมากแม่บ้านจะทำกับข้าวกินเองเพราะประหยัดกว่า และได้คุณค่าทางอาหารที่สดใหม่กว่า เมื่อสมาชิกในบ้านทานไม่หมด หรือเหลือนิดๆ หน่อย คุณแม่รู้สึกเสียดายอาหาร ทานให้หมดสักหน่อยแล้วกันจะได้ไม่เสียของ ผลพ่วงกับคำว่าเสียดายของ ก็จะทำให้น้ำหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว และการที่ไม่ได้ออกไปไหนอยู่แต่ในบ้าน จนเริ่มชิน ทำให้เริ่มขี้เกียจแต่งตัว ไม่ดูแลหุ่น ไม่ออกกำลังกาย รู้ตัวอีกทีก็น้ำหนักขึ้นเสียแล้ว

ผลเสีย : โรคกระเพาะ จะทำคุณปวดท้อง แสบท้อง แสบหน้าอก ไม่ว่าจะหิวหรืออิ่ม เพราะกระเพาะถูกน้ำย่อยกัดเป็นแผลไปแล้ว และโรคอ้วนเมื่อเป็นแล้วจะมีความเสี่ยงนำไปสู่ภาวะการเกิดโรคแทรกซ้อนและโรคเรื้อรังต่างๆ ตามมา เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคข้อเสื่อม เป็นต้น

คำแนะนำ : แบ่งเวลาให้ที่บ้านและดูแลตนเอง ออกกำลังกายบ้าง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ใส่ใจในเรื่องของโภชนาการ งานบ้านบางอย่างไม่ใช่ว่าเราจะต้องทำเองทั้งหมด แบ่งให้คนในครอบครัวช่วยๆ กันบ้างก็ได้

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

Yellow Pot: Modern Chinese cuisine re-interpreted with sustainable, organic ingredients

With its delightful contemporary take on traditional Chinese cuisine, set in a restored shophouse-turned-hotel, dining at Yellow Pot is an experience that quite literally satisfies all senses.

Take a stroll down the scenic row of shophouses along Duxton, and you might mistake Yellow Pot for a cool new whisky lounge or swanky resto-bar.

Make no mistake, however; name and interiors aside, it’s very much a Chinese restaurant, in every other sense. Fashioning itself as a mod-Chinese restaurant, the restaurant-bar has certainly carved out a space for itself for its healthful and sustainable approach to Chinese cuisine.

Located at the newly restored and absolutely stunning Six Senses Duxton hotel, the restaurant innovatively whips up classic Chinese cuisine using healthful, organic and sustainably-sourced ingredients. At the bar, artisanal cocktails concocted using traditional herbs and botanicals await tipple-lovers, offering a dining experience that is quite unlike any other you’d find in the city.

AUTHENTIC CHINESE FOOD – UNLIKE YOU KNOW IT
At the helm of the restaurant is Chinese-trained Chef Sebastian Goh, who undertakes the challenge of re-interpreting your classic Chinese dishes and flavours in a fresh, contemporary way.

We’re not talking necessarily mod-Asian or fusion here; the restaurant’s dishes still ring with that familiar, comforting flavour palate of Chinese food that we know and love. Rather, it’s Chinese food unlike you know it: free of additives, MSG, flavour enhancers, with the conscious use of sustainable ingredients that support local farmers.

There are appetisers like the Chilled Organic Vine-Ripened Tomatoes and Chicken Soup, which both feature fresh organic vine-ripened tomatoes from a neighbouring farm in Malaysia. In the former, the tomatoes are soaked in a delightful “Li Heng” plum juice of herbs, licorice, mint leaves and rock sugar.

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

What Singaporeans are eating during the 2018 World Cup, according to Foodpanda

The final showdown between France and Croatia is almost here, but we’re concerned with a different kind of showdown: a food showdown.

And surprise, surprise – we have the inside scoop into what foods Singaporeans France and Croatia have been wolfing down this World Cup. Whether it’s to drown their sorrows in chicken wings (hello, Brazil fans) or to celebrate a historic win (Korea!), during game nights, Singaporeans were hungry and opted massively for late night delivery options.

In fact, Foodpanda enjoyed nearly a 40 % increase in sales compared to a regular day – now that’s a lot of people opting for a late-night supper.

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

การผ่าตัดส่องกล้องรักษามะเร็งปอด

โรคมะเร็งปอด เป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มมะเร็งทั้งหมด มาตั้งแต่อดีต เนื่องจาก ณ เวลาที่ค้นพบโรค ส่วนหนึ่งของผู้ป่วยจะอยู่ในระยะที่ 4 หรือระยะกระจายแล้ว ในปัจจุบัน โรคมะเร็งปอด ยังคงเป็นสาเหตุในการเสียชีวิตที่สูงที่สุดของมะเร็งโดยรวม

แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นมีการใช้ Low Dose Computed Tomography (Low Dose CT), Computed Tomography Guided Biopsy (CT – Guided Biopsy), Navigational Bronchoscopy และ Positron Emission Tomography (PET/CT) ทำให้เราสามารถตรวจพบและวินิจฉัยมะเร็งปอดได้เร็วขึ้นในระยะที่ 1 หรือ 2 ซึ่งคนไข้ในกลุ่มนี้เราสามารถได้รับการรักษาให้หายขาดด้วยการผ่าตัดส่องกล้องตัดปอดกลีบที่มีมะเร็งออกไปทั้งกลีบ (VATS Lobectomy) รวมทั้งการผ่าตัดในช่องอกด้วยการส่องกล้องยังมีข้อบ่งชี้ในโรคอื่น เช่น โรคปอดแตกซ้ำซ้อน (Recurrent Pneumothorax) การตรวจชิ้นเนื้อปอด (Lung Biopsy) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) โรคเนื้องอกที่ต่อมไทมัส (Thymoma) โรคมะเร็งหลอดอาหาร (Esophageal Cancer) โรคน้ำในช่องปอดหรือช่องหัวใจจากมะเร็ง (Malignant Pleural or Pericardial Effusion) เป็นต้น

การรักษามะเร็งปอด
การรักษามะเร็งปอดนั้นมี 3 วิธีการหลัก ๆ กล่าวคือ ผ่าตัด เคมีบำบัด และฉายแสง โดยขึ้นอยู่กับระยะของโรคเมื่อตรวจพบ ซึ่งแบ่งเป็นระยะได้ดังนี้

ระยะที่ 1 (มะเร็งก้อนเล็กกว่า 3 เซนติเมตรและอยู่ในเนื้อปอดเท่านั้น) : ในคนไข้กลุ่มนี้เราสามารถรักษาโดยผ่าตัดได้เพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องรับเคมีบำบัดและฉายแสง โดยเฉพาะหากตรวจพบในระยะ 1a (ก้อนเล็กกว่า 1 เซนติเมตร) หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะมีโอกาสรอดชีวิตเกิน 5 ปีหรือหายขาดได้สูงถึง 92%1 ซึ่งในปัจจุบันมีการทำคัดกรองมะเร็งปอด (Lung Cancer Screening Program) ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Low Dose CT) ในกลุ่มที่เสี่ยงจะเป็นมะเร็งปอดสูง เช่น สูบบุหรี่วันละซองมากกว่า 30 ปีหรือเทียบเท่า มีประวัติมะเร็งปอดในครอบครัว เป็นต้น2 ทำให้เราสามารถตรวจพบผู้ป่วยในระยะนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
ระยะที่ 2 (มะเร็งก้อนใหญ่กว่า 3 เซนติเมตร หรือแพร่ไปที่ต่อมน้ำเหลืองในเนื้อปอดแต่ยังไม่ผ่านขั้วปอด) : ในคนไข้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่รักษาโดยการผ่าตัดเป็นหลัก และอาจจะได้รับหรือไม่ได้รับเคมีบำบัดขึ้นอยู่กับผู้ป่วยเป็นกรณีไป2
ระยะที่ 3 (มะเร็งลุกลามไปอวัยวะอื่นในช่องอกหรือแพร่ผ่านต่อมน้ำเหลืองขั้วปอด) : ในคนไข้กลุ่มนี้การรักษาจะมุ่งเน้นไปที่เคมีบำบัดหรือภูมิคุ้มกันบำบัดเป็นหลัก โดยร่วมกับผ่าตัดและฉายแสงเป็นกรณีไป2,5
ระยะที่ 4 (มะเร็งกระจายไปอวัยวะอื่นหรือมีน้ำในช่องอกจากเชื้อมะเร็ง) : ในคนไข้กลุ่มนี้จะได้รับการรักษาโดยเคมีบำบัดหรือภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อบรรเทาอาการ โดยอาจมีการผ่าตัดเพื่อทุเลาอาการหากจำเป็น2

การผ่าตัดส่องกล้อง (VATS)
ในกลุ่มมะเร็งปอดระยะที่ 1 และ 2 นั้นด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราสามารถผ่าตัดปอดออกทั้งกลีบ (Lobectomy) หรือ ผ่าตัดน้อยกว่าทั้งกลีบ (Sublobar Resection) ด้วยการส่องกล้อง หรือ Video – Assisted Thoracic Surgery (VATS) โดยมีความแตกต่างกับการผ่าตัดเปิดช่องอกแบบเดิม (Thoracotomy) ในประเด็นหลักคือ การไม่ใช้เครื่องถ่างขยายซี่โครง (Rib Spreader) ซึ่งการใช้เครื่องถ่างขยายซี่โครงเปิดช่องอกนั้นก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้ป่วยได้หลายปัจจัย เช่น ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดสูงขึ้น ขนาดแผลใหญ่ กลับไปทำงานได้ช้าลง โอกาสปวดร้าวหรือชาตามเส้นประสาทในระยะยาวสูงขึ้น เวลาพักฟื้นเพื่อรับเคมีบำบัดนานขึ้น ระยะเวลาที่นอนโรงพยาบาลสูง 5 – 7 วันเทียบกับ 2 – 3 วันสำหรับผ่าตัดส่องกล้อง เป็นต้น 3,4

ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาก ทำให้ความคมชัดของกล้องมากขึ้นและกล้องขนาดเล็กลงเพียง 5 มิลลิเมตร ทำให้ในปัจจุบันผลแทรกซ้อนของการผ่าตัดส่องกล้องต่ำกว่าจากการผ่าตัดแบบเปิดช่องอก3 การผ่าตัดส่องกล้องจึงเป็นที่นิยมสูง โดยเทคนิคการผ่าตัดแบบส่องกล้องนั้น มีได้ทั้งผ่าตัดแบบ 3 แผล (Three Ports), 2 แผล (Two Ports) และ แผลเดียว (Uniport) โดยการเลือกผ่าตัดชนิดใดนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ผู้ผ่าตัดและลักษณะโรคของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

ส่วนการที่จะเลือกทำการผ่าตัดเป็นทั้งกลีบหรือน้อยกว่าทั้งกลีบนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของมะเร็ง การทำงานทางปอดของผู้ป่วย อายุ เป็นต้น โดยจะต้องพิจารณาเป็นกรณีไป

การผ่าตัดแบบเปิดช่องอก (Thoracotomy)
ในกลุ่มมะเร็งปอดระยะที่ 3 โดยคนไข้ในกลุ่มนี้ตัวโรคมีการลุกลามไปอวัยวะอื่นในช่องอกหรือมาพิจารณาผ่าตัดหลังจากที่ได้รับเคมีบำบัด การผ่าตัดแบบเปิดช่องอกจะมีประโยชน์สำหรับคนไข้กลุ่มนี้ เนื่องจากมีโอกาสที่ต้องนำปอดออกทั้งข้าง (Pneumonectomy) หรือต้องทำการการตัดต่อเส้นเลือดหรือหลอดลม (Sleeve Resection) ซึ่งการผ่าตัดเหล่านี้มีความซับซ้อนสูงกว่าการผ่าตัดกลีบปอดออกเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยที่เหมาะสมเราสามารถทำการผ่าตัดด้วย Robotic Assisted Thoracic Surgery (RATS) ได้ ซึ่งการใช้แขนกลของ Robot ทำให้เราสามารถควบคุมบริเวณที่ซับซ้อนได้เช่นเดียวกับผ่าตัดเปิดช่องอกแต่ไม่ต้องเปิดแผลขนาดใหญ่และใช้เครื่องถ่างขยายปอด

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

 

หัวใจพิการแต่กำเนิด

โรคหัวใจพิการ แต่กำเนิด
โรคหัวใจพิการ แต่กำเนิดเกิดจากความผิดปกติในขั้นตอนการสร้างอวัยวะตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์มารดา อุบัติการณ์โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหรือหัวใจรั่วโดยรวมประมาณร้อยละ 0.8 – 1 ของทารกแรกเกิด ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นหญิงมากกว่าชาย 3 เท่า สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

กลุ่มที่เด็กตัวเขียว เกิดจากความผิดปกติ ทำให้มีเลือดดำไหลไปปนกับเลือดแดง ซึ่งปกติแล้วเลือดดำจะไม่ไหลไปปนกับเลือดแดง ทำให้เด็กมีสีออกเขียว ๆ ม่วงแดงอ่อน ๆ อาการค่อนข้างมาก เกือบทั้งหมดต้องผ่าตัดแก้ไข ซึ่งการเจริญเติบโตของเด็กพวกนี้จะน้อยกว่าปกติมาก เพราะเลือดที่ไปเลี้ยงร่างกายมีระดับออกซิเจนต่ำกว่าปกติ มีส่วนน้อยที่สามารถเจริญเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ได้
กลุ่มไม่เขียว กลุ่มนี้มีหลายแบบด้วยกัน อาจเกิดขึ้นกับลิ้นหัวใจ (พบน้อย) หรือผนังกั้นห้องหัวใจปิดไม่สนิท มีรูรั่ว (พบบ่อย) ทำให้เลือดแดงไหลไปปนเลือดดำ กรณีเช่นนี้ไม่ทำให้เกิด “สีเขียว” แต่จะทำให้เลือดไปปอดมากเกินไปและหัวใจทำงานหนักมากขึ้นโดยไม่จำเป็น ทำให้เกิดผลเสียต่อปอดและหัวใจในอนาคต อาจแบ่งชนิดที่พบบ่อย ๆ ได้เป็น
รูรั่วระหว่างผนังกั้นห้องหัวใจด้านบน (Atrial Septal Defect : ASD)
รูรั่วระหว่างผนังกั้นห้องหัวใจด้านล่าง (Ventricular Septal Defect : VSD)
เส้นเลือดแดงที่เกินผิดปกติระหว่างปอดและหัวใจ (Patent Ductus Arteriosus : PDA)

อาการของผู้ป่วย
เหนื่อยง่าย
โตช้า
หายใจเร็ว
บางรายอาจมีอาการในช่วงอายุ 20 – 30 ปี

รักษาด้วยการอุดรูรั่วหัวใจ
การรักษาโดยการอุดรูรั่วหัวใจทำได้ตั้งแต่เด็กอายุ 5 ขวบขึ้นไปจนถึงผู้ใหญ่ ถ้าไม่มีเลือดไหลย้อนทาง โดยผู้ป่วยที่ทำการรักษาด้วยวิธีนี้จะต้องกินยาละลายเกล็ดเลือดอีก 6 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้เกล็ดเลือดไปเกาะที่ร่มใยสังเคราะห์ ซึ่งผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจคลื่นเสียงสะท้อน 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี เพื่อดูผลการรักษา หลังจากนั้นสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

อุดรูรั่วหัวใจด้วยอุปกรณ์พิเศษ
การอุดรูรั่วหัวใจด้วยอุปกรณ์พิเศษเป็นเทคโนโลยีใหม่ สะดวก ไม่ต้องผ่าตัด อุปกรณ์สำหรับปิดรูรั่วระหว่างผนังกั้นห้องหัวใจจะมีร่มทำด้วยใยสังเคราะห์เป็นร่ม 2 ชั้น ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาแผลเป็น หลังจากปิดรูรั่วด้วยร่มแล้ว ร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อออกมาคลุมภายใน 3 เดือน อย่างไรก็ตามการอุดรูรั่วด้วยอุปกรณ์พิเศษไม่สามารถทดแทนการผ่าตัดได้ทั้งหมด สามารถทดแทนได้ประมาณ 75% ขึ้นอยู่กับขนาดรูรั่วในหัวใจ

ประโยชน์ของการรักษา
หลีกเลี่ยงอัตราเสี่ยงที่เกิดจากการผ่าตัดเปิดหัวใจ
ไม่มีรอยแผลผ่าตัดที่หน้าอก
ลดความเจ็บปวดที่อาจเกิดจากการผ่าตัด
ใช้เวลาในการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียง 2 – 3 วัน
ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตนเองได้เร็วขึ้น
ลดระยะเวลาพักฟื้นที่บ้าน เหลือเพียง 2 – 3 วัน

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

7 ผลไม้ลดน้ำหนัก ปรนบัติทั้งผิวใสสุขภาพดี จัดเต็มครบแบบนี้ พลาดได้ไง!

หัวใจสำคัญของการลดน้ำหนักอย่างแรกเลยก็คือ การควบคุมอาหาร ผลไม้ลดน้ำหนัก โดยเพิ่มในส่วนที่ควรเพิ่ม ลดอาหารที่ควรจะลด เพียงแค่นี้ก็ช่วยให้น้ำหนักลดลงได้แล้ว และอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการลดน้ำหนักก็คือ การเลือกกินผลไม้ที่มีประโยชน์กับร่างกาย ซึ่งจะมีผลไม้ชนิดใดบ้างที่เหมาะกับการลดน้ำหนัก รีบไปจดเอาไว้เลย

1.ฝรั่ง
เป็นผลไม้ที่หารับประทานได้ง่าย ราคาก็ไม่แพง โดยในฝรั่งนั้นจะมีไฟเบอร์สูงมากซึ่งจะช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายได้ดี และที่เจ๋งไปกว่านั้น ฝรั่งยังช่วยในการสลายตัวของแป้งและลดการดูดซึมน้ำตาลในร่างกาย จึงถือเป็นผลไม้ที่เหมาะกับคนลดน้ำหนักได้อย่างดีทีเดียว

2.แอปเปิล
เป็นแหล่งรวมของเกลือแร่และวิตามินชั้นดีที่มีความสำคัญต่อร่างกาย การกินแอปเปิลจะทำให้ร่างกายต้องการอาหารน้อยลง จึงไม่เสี่ยงที่จะมีพลังงานส่วนเกินจากอาหารอื่นๆ นอกจากนี้ การรับประทานแอปเปิลเป็นประจำ ยังทำให้ผิวพรรณเต่งตึงสดใส เพราะในแอปเปิลมีไลโคปิน ที่เป็นสารต้านอนุมูนอิสระ จึงสามารรถช่วยชะลอความแก่ของเซลล์ในร่างกายได้

3.แตงโม
เป็นผลไม้ที่คนลดความน้ำหนักไม่ควรพลาด เพราะการกินแตงโม จะช่วยให้อยากของหวานน้อยลง และในแตงโมก็มีพลังงานน้อย จึงสามารถรับประทานได้ทุกวัน ยิ่งวันไหนอากาศร้อนๆ แตงโมจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการดับร้อนได้เป็นอย่างดี

4.สับปะรด
เป็นผลไม้ที่จะช่วยในระบบการย่อยได้เป็นอย่างดี โดยจะช่วยในการดูดซึมอาหารไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถือเป็นผลไม่ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินหลายชนิด การรับประทานสับปะรดยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคท้องผูกได้ด้วย

5.มะละกอ
เป็นผลมีที่มีกากใยมากที่สุด เป็นพระเอกในเรื่องของการแก้โรคท้องผูก นอกจากนี้ยังช่วยในการย่อยอาหารให้ดีขึ้น และมะละกอก็ยังเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูนอิสระนานาชนิด เช่น ฟลาโวนอยด์ เบต้าแคโรทีน ที่จะช่วยให้ผิวพรรณกระชับเต่งตึง

6.มะม่วง
เป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง โดยมีวิตามินเอโดยและวิตามินซีสูงโดยที่จะช่วยบำรุงสายตาโดยและป้องกันอาการเจ็บป่วย การกินมะม่วงยังช่วยให้ร่างกายต้องการอาหารอย่างอื่นน้อยลง แถมยังเป็นผลไม้ที่เหมาะกับการลดน้ำหนักที่สุด

7.มะพร้าว
เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย กินแล้วจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูง จึงเหมาะสำหรับสุขภาพผู้หญิงอย่างมาก และยังช่วยให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

และนี่ก็คือ 7 ผลไม้ลดน้ำหนักที่ถือเป็นแหล่งของสารอาหารต่างๆ หลายชนิด มีดีต่อสุขภาพยังไม่เพียงพอ ยังดีต่อผิวพรรณและช่วยให้รูปร่างสาวๆ คงความสวยหุ่นดีเอาไว้ได้อีกด้วย เพราะฉะนั้น ไม่กินเป็นประจำคงไม่ได้แล้ว

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

10 ผลไม้ลดน้ำหนัก ผลไม้น้ำตาลน้อย กินแล้วดีต่อร่างกาย

การกินผลไม้นั้นเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และเป็นที่ทราบกันดีว่า ผลไม้หลาย ๆ ชนิดนั้น ให้สารอาหารที่สำคัญ และมีประโยชน์กับร่างกาย เพราะ ผลไม้มีไฟเบอร์ หรือ ใยอาหารสำคัญที่ช่วยในการขับถ่าย แต่ก็เหมือนกับทุกอย่าง ถ้ามากไปก็ไม่ดี เพราะผลไม้บางชนิดก็มีน้ำตาลที่ค่อนข้างสูง วันนี้เรามี 10 ผลไม้ลดความอ้วน ผลไม้น้ำตาลน้อย กินยังไงก็ไม่อ้วน กินแล้วดีต่อร่างกาย ผลไม้กินแล้วไม่เป็นเบาหวาน มาให้ทุกคนได้เลือกกินอย่างสบายใจกันเลย

1. สตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry)
สตรอเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่มีเส้นใย หรือ ไฟเบอร์ที่สูง และ มีน้ำตาลน้อยมากๆ ในสตรอเบอร์รี่นั้น มีน้ำตาลเพียง 8 กรัมเท่านั้นเอง  การกินผลไม้นั้นเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และ ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีที่สูง เพราะฉะนั้นกินสตรอบเบอร์รี่นอกจากไม่อ้วนแล้วยังช่วยทำให้ผิวหน้าใสอีกด้วยนะ

2. สัปปะรด (Pineapples)
สัปปะรด เป็นผลไม้ที่ดีมากในการลดน้ำหนัก เจ้าสัปปะรดเป็นผลไม้ในเขตร้อนที่คนส่วนใหญ่นิยมบริโภค อุดมไปด้วย วิตามินบี, แมกนีเซียม, ไนอาซิน, ทองแดง เหล็ก ซึ่งผลไม้นี้มีรสชาติหวาน อร่อย ชุ่มช่ำ และประโยชน์ก็มีเยอะอีกด้วย ซึ่งช่วยลดน้ำหนัก และช่วยป้องกันโรคหัวใจ และ เบาหวาน

3. แตงโม (Watermelon)
แตงโม มีแคลอรี่ต่ำมาก ในปริมาณ 100 กรัมของแตงโมนั้น มีน้ำตาลเพียง 6 กรัมเท่านั้นเอง แตงโมจึงถือว่าเป็นผลไม้ที่เหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ใครที่เป็นคนชอบกินขนมจุกจิก ลองเลือกแตงโมเป็นผลไม้ลดน้ำหนักได้นะ นอกจากนี้ แตงโมสามารถช่วยทำให้ผิวสวยหน้าใสได้ไม่แพ้แตงกวาเช่นเดียวกัน ซึ่งในแตงโมอุดมไปด้วยสารวิตามินเอ บี 6 และวิตามินซีสามารถกำจัดสิวได้เป็นอย่างดี

4. ลูกพีช (Peaches)
ลูกพีช เป็นผลไม้ที่มีวิตามินและแร่ธาตุที่สูงมาก โดยเฉพาะวิตามิน เอ ที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณของคนกินด้วยนะ นอกจากนี้ พีชยังช่วยให้ความชุ่มชื้นของร่างกาย และ น้ำตาลน้อยสุดๆด้วยนะ เพราะในลูกพีช มีน้ำตาลเพียง 13 กรัม เท่านั้นเอง

5. กล้วย (Bananas)
กล้วย อุดมไปด้วยพลังงานที่ดีของโพแทสเซียม, วิตามิน B6 โฟเลต และ โปรตีน ด้วยสารอาหารเหล่านั้นจะทำหน้าที่ที่ดีในการเผาผลาญไขมัน และ ช่วยทำให้การขับถ่ายง่ายขึ้น การกินกล้วยบ่อยๆจะทำให้ร่างกายอิ่มและไม่ค่อยหิวบ่อยเหมาะสำหรับเป็นผลไม้ในการลดน้ำหนักจริงๆ

6. ส้ม (Oragnes)
ส้ม ช่วยบำรุงผิวพรรณให้มีความสดใส เปล่งปลั่ง ช่วยทำให้ผิวแห้งกร้าน ทำให้ผิวชุ่มชื่น และ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย และ ส้มมีน้ำตาลเพียง 12 กรัม และ มีไฟเบอร์และเส้นใยที่สูงมากๆนะ

7. มะละกอ (Papaya)
ใน มะละกอ มีน้ำตาลเพียง 8 กรัมเท่านั้น มะละกอยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยบำรุงธาตุ และ แก้กระเพาะอาหารอักเสบด้วยนะ

8. ลูกพลัม (Plums)
ลูกพลัม นั้นเป็นผลไม้ที่มีเยอะในช่วงปลายฤดูร้อน ในพลัมมีน้ำตาลเพียง 7 กรัม และ แคลอรี่เพียง 30 ต่อชิ้น ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์และน้ำตาลต่ำมาก ซึ่งข้อมูลนี้ได้มาจาก Jaclyn London, MS, RD, CDN, ผู้อำนวยการด้านโภชนาการของ Good Housekeeping Institute

9. ทับทิม (Pomegrante)
ทับทิม มีศักยภาพในการต่อสู้กับความดันโลหิต และ สู้กับสภาวะน้ำตาลในเลือดที่สูง และ ช่วยลดคอเลสเตอรอล รวมถึงมีผลในการลดน้ำหนักได้อย่างดี คุณสามารถเลือกกินทับทิมในรูปแบบผลหรือน้ำก็ได้ยังไงก็มีประโยชน์ต่อร่างกายแน่นอน

10. แคนตาลูป (Cantaloupe)
แคนตาลูป อุดมไปด้วยวิตามินเอที่สูงมาก และ ช่วยบำรุงสายตา ในแคนตาลูป 100 กรัม มีน้ำตาลเพียง 7.9 กรัมเท่านั้น และ แคนตาลูปยังช่วยทำให้สายตาดี ด้วยนะ นอกจากน้ำตาลน้อยแล้วยังบำรุงสายตา

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

ประโยชน์ของ “มะเฟือง” วิตามินซีสูง แคลอรี่ต่ำ

“มะเฟือง” เป็นผลไม้ที่คนไทยเราคุ้นเคยเป็นอย่างดี มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว นำมาเชื่อมก็อร่อย ทำเป็นน้ำสมูทตี้ก็สดชื่นอย่าบอกใคร จะกินสดหรือกินจิ้มกับพริกเกลือก็แซ่บซี๊ดมากทีเดียว แต่นอกจากความอร่อยแล้ว มะเฟืองก็ยังเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราอีกด้วยนะ แต่กินมะเฟืองแล้วดีอย่างไรนั้น Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝาก

คุณค่าสารอาหารใน “มะเฟือง”
มะเฟืองเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากชนิดหนึ่ง เนื่องจากเป็นผลไม้ที่ให้ แคลอรี่ต่ำ แต่มีไฟเบอร์สูง โดยมะเฟืองขนาด 100 กรัม 1 ผล ให้ไขมันเพียงแค่ 0.3 กรัมเท่านั้น แต่ให้ไฟเบอร์สูงประมาณ 3 กรัม นอกจากนี้ก็ยังให้วิตามินและแร่ธาตุสำคัญๆ อีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาร์โบไฮเดรต โฟเลต ทองแดง สังกะสี โปรตีน วิตามินบี 5 และวิตามินซี เป็นต้น

ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว มะเฟืองจัดว่าเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูงมาก มะเฟืองขนาดกลาง 1 ผล (ประมาณ 91 กรัม) จะได้วิตามินซีมากถึง 31 มิลลิกรัม หรือคิดเป็น 52 เปอร์เซ็นต์ต่อปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันเลยทีเดียว

มากไปกว่านั้นมะเฟืองก็ยังเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นอีกหลายชนิด เช่น โพลีฟีนอล (Polyphenol) เควอซิทิน (Quercetin) รูทิน (Rutin) ซึ่งล้วนแล้วแต่มีส่วนช่วยเสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันและเซลล์ในร่างกายให้แข็งแรงทั้งสิ้น

ประโยชน์ของมะเฟืองต่อสุขภาพ
ลดระดับคอเลสเตอรอล
ระดับของคอเลสเตอรอลที่สูงจะนำไปสู่ความเสี่ยงของโรคเรื้อรังอย่างโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ ซึ่งหนึ่งในวิธีที่จะช่วยลดคอเลสเตอรอลสูงได้ ก็คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และให้ไฟเบอร์สูง เมื่อไฟเบอร์ถูกย่อยแล้วจะเข้าไปดักจับคอเลสเตอรอล ป้องกันไม่ให้ถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกาย จึงมีส่วนช่วยควบคุมให้คอเลสเตอรอลอยู่ในระดับคงที่ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ และบำรุงสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง

ดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน
ในมะเฟืองมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญหลายชนิด และยังมีวิตามินซีสูงอีกด้วย ซึ่งวิตามินซีก็คือสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบของเซลล์ทำให้เซลล์ในร่างกายแข็งแรง

ต้านมะเร็ง
ดังที่กล่าวไปข้างต้นว่ามะเฟืองมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด ซึ่งการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเป็นประจำ จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง จึงลดโอกาสในการเป็นมะเร็งได้

ดีต่อการลดน้ำหนัก
มะเฟืองให้ไขมันต่ำ แคลอรี่น้อย และยังมีไฟเบอร์สูงอีกด้วย เรียกได้ว่าครบคุณสมบัติของอาหารที่ดีต่อการลดน้ำหนักและการควบคุมอาหารมากเลยทีเดียว เพราะไฟเบอร์สูงจะทำให้อิ่มได้นานขึ้น ลดความอยากอาหารในมื้อต่อไป อีกทั้งแคลอรี่ที่ต่ำก็ยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะทำให้แคลอรี่พุ่งสูงอีกด้วย ใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการลดน้ำหนัก ไม่ควรพลาดมะเฟือง

ดีต่อระบบย่อยอาหาร
มะเฟืองมีไฟเบอร์สูง ซึ่งสำหรับกระบวนการย่อยอาหารไปจนถึงระบบขับถ่ายนั้นไฟเบอร์ถือว่าเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อทั้งสองระบบอย่างยิ่ง โดยไฟเบอร์จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร ตั้งแต่กระเพาะอาหารไปจนถึงลำไส้ ช่วยให้ลำไส้บีบตัวได้ดีขึ้น ทั้งยังเพิ่มความชุ่มชื้นในลำไส้ ซึ่งจะช่วยลำเลียงกากอาหารที่ไม่สามารถย่อยได้ไปยังลำไส้ใหญ่ได้ง่ายขึ้น ทำให้อุจจาระอ่อนนิ่ม ไม่แข็ง และลดอาการท้องผูก

ข้อควรระวังในการรับประทาน มะเฟือง ผู้ที่มีอาการแพ้มะเฟือง ซึ่งถึงแม้จะพบได้น้อย ควรระวังหรือหลีกเลี่ยงการกินมะเฟือง เพราะอาจทำให้อาการแพ้กำเริบได้ ผู้ที่เป็นโรคไตควรหลีกเลี่ยงมะเฟือง เนื่องจากมีสารนิวโรทอกซิน (Neurotoxin) ซึ่งเป็นพิษต่อระบบประสาท และมีผลข้างเคียงต่อผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต เนื่องจากจะทำให้ไตไม่สามารถขับสารพิษออกไปได้ และยังมีกรดออกซาลิก (Oxalic acid) ในปริมาณสูง กรดดังกล่าวเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะไตวาย ผู้ที่มีอาการทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับไตจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะเฟือง

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

ประโยชน์ของ “ต้นอ่อน” โปรตีนสูง-ช่วยลดน้ำหนัก

“ต้นอ่อน” หากพูดแค่นี้หลายคนอาจจะงงๆ ว่าหมายถึงอะไร พืชผักชนิดไหน ต้นอ่อนก็คือต้นอ่อนของผักต่างๆ หลากหลายชนิด ซึ่งนับว่าเป็นพืชที่มีสารอาหารที่ดีต่อร่างกายหลายอย่าง จนอยากให้ทุกคนได้ลองรับประทานกัน

พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ หมอผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ระบุเอาไว้ในเฟซบุ๊ก Pleasehealth Books ดังนี้

ต้นอ่อนของพืชที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีอะไรบ้าง
ถั่วงอก หรือต้นอ่อนถั่วเขียว
ถั่วงอกหัวโต หรือต้นอ่อนของถั่วเหลือง
ต้นอ่อนทานตะวัน
ต้นอ่อนข้าวสาลี หรือวีทกราส
ไควาเระ หรือต้นอ่อนหัวไชเท้า
โตวเหมี่ยว หรือต้นอ่อนถั่วลันเตา
อัลฟาฟ่า
ต้นอ่อนบร็อคโคลี่
ต้นอ่อนกะหล่ำดาว
ต้นอ่อนแรดิชแดง
ต้นอ่อนเคล

ทำไมต้นอ่อนถึงมีประโยชน์ และนิยมนำมารับประทานกัน?
ต้นอ่อนเป็นระยะที่พืชอัดแน่นด้วยสารอาหารและพลังงานเพื่อพร้อมเจริญเติบโต ดังนั้นเมื่อเรานำมารับประทาน ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพ

ประโยชน์ของต้นอ่อน
เป็นแหล่งของโปรตีนดี มีกรดอะมิโนที่ร่างกายพร้อมดูดซึมนำไปใช้
โปรตีนจากพืชช่วยในการคุมน้ำหนัก และมีเส้นใยอาหารสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนอยากลดน้ำหนัก
ลดความเสี่ยงจากโรคหลอดเลือดหัวใจได้ดีกว่าโปรตีนจากสัตว์
อัดแน่นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะต้นอ่อนกะหล่ำดาวและต้นอ่อนเคล ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระและต้านมะเร็งในกลุ่ม Glucosinolates และ Phenolics สูง

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet