ความปลอดภัยในการรับประทานฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจร ค่อนข้างปลอดภัยต่อร่างกายหากรับประทานในปริมาณ และระยะเวลาที่เหมาะสม แต่บางรายอาจเกิดผลข้างเคียงตามมาหลัง การรับประทาน เล็กน้อย เช่น ไม่อยากอาหาร อาเจียน ท้องเสีย ผื่นขึ้น ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล หรือเหนื่อยง่าย

การรับประทานฟ้าทะลายโจรในรูปแบบสารสกัดผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น โดยเฉพาะโสมไซบีเรีย (Siberian Ginseng) ไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 3 เดือน และควรระมัดระวังการรับประทานสมุนไพรชนิดนี้ในปริมาณเข้มข้นสูงหรือใช้ติดต่อเป็นเวลานาน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ต่อมน้ำเหลืองบวม เกิดปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรง เอนไซม์ตับสูงขึ้น หรือมีอาการอื่น ๆ ตามมา รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานฟ้าทะลายโจรในกรณีต่อไปนี้

  • การรับประทานฟ้าทะลายโจรค่อนข้างปลอดภัยต่อเด็กและทารกหากใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ และการใช้ฟ้าทะลายโจรร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 1 เดือน
  • หญิงมีครรภ์และคุณแม่ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงที่จะรับประทาน เนื่องจากอาจเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะแท้งและยังไม่มีหลักฐานยืนยันความปลอดภัยต่อทารกที่ดื่มนมแม่
  • ผลการทดลองในสัตว์พบว่าฟ้าทะลายโจรอาจรบกวนระบบการสืบพันธุ์ แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันผลในคนในปัจจุบัน ผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก (Infertility) หรือมีปัญหาในการตั้งครรภ์จึงควรหลีกเลี่ยงที่รับประทาน
  • ฟ้าทะลายโจรอาจกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ไวต่อการทำงานมากขึ้น ผู้ป่วยในกลุ่มโรคภูมิต้านตนเอง เช่น โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง โรคลูปัสหรือโรคเอสแอลอี โรคข้อรูมาตอยด์ หรือสภาวะอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรรับประทานสมุนไพรชนิดนี้
  • ฟ้าทะลายโจรอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกผิกปกติหรือรอยฟกช้ำได้ง่าย ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติจึงควรหลีกเลี่ยงที่จะรับประทาน รวมถึงผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดควรหยุดใช้สมุนไพรนี้อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ฟ้าทะลายโจรอาจส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำลง แต่ยังไม่มีผลการยืนยันผลต่อการใช้ในคน ผู้ที่มีภาวะความต่ำจึงไม่ควรรับประทาน เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ
  • ผู้ที่รับประทานยาเป็นประจำควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทานฟ้าทะลายโจรทุกครั้ง เนื่องจากยาบางชนิดอาจเกิดปฏิกิริยาต่อกันของยาและสมุนไพร เช่น ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด

อย่างไรก็ตาม การรับประทานฟ้าทะลายโจร เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาโรคหรือภาวะผิดปกติบางอย่างยังคงต้องหาหลักฐานยืนยันถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย จึงไม่ควรรับประทานตามคำอ้างต่าง ๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

ต้านเชื้อไวรัส

อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ NAC อาจมีก็คือ การกระตุ้นภูมิต้านทาน ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสอย่างไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ รวมถึง โรคโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้ โดยอ้างอิงจากการศึกษาที่ให้ NAC ชนิดฉีดเข้าทางหลอดเลือดในผู้ป่วยปอดอักเสบระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หลังได้รับยาไป 3 วัน ผู้ป่วยหายใจได้ดีขึ้น ต้องการการช่วยหายใจน้อยลง และมีอัตราการเสียชีวิตลดลงเล็กน้อยหลังฉีดยา

นอกจากนี้ ยังมีการทดลองให้ NAC ชนิดฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำร่วมกับยาต้านไวรัสและยาชนิดอื่นกับผู้ป่วยภาวะช็อกเหตุพิษติดเชื้อ (Septic Shock) จากไข้หวัดใหญ่ ภาวะดังกล่าวและปอดของผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว จากผลลัพธ์ในการทดลองเหล่านั้น ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์กันว่า NAC อาจใช้ได้ผลในผู้ป่วยปอดอักเสบจากโรคโควิด-19

สืบเนื่องจากคุณสมบัติดังกล่าว มีการนำ NAC มาใช้รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ร่วมกับการใช้ยาชนิดอื่น อย่างไรก็ตาม การใช้ NAC กับโรคโควิด-19 ยังจำเป็นจะต้องรอการวิจัยและทดลองในกลุ่มผู้ป่วยขนาดใหญ่ให้มากขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนก่อนใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในอนาคต

สาเหตุของ อาการปวดแขน เส้นประสาทถูกกด

อาการปวดแขน มีตั้งแต่ ระดับปวดเล็กน้อย ไปจนถึง ปวดรุนแรง แตกต่างกันไป โดยตัวอย่างสาเหตุที่เป็นไปได้

เส้นประสาทถูกกด

ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อโครงสร้างโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ กระดูก กระดูกอ่อน หรือเส้นเอ็น กดทับเส้นประสาทมากเกินไปจนเกิดความเสียหาย ก่อให้เกิดอาการปวดแขน มักมีอาการเสียวเหมือนถูกทิ่ม ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้

The Queen’s Gambit เกมกระดานแห่งชีวิต กับ 7 บทเรียน

The Queen’s Gambit  เกมกระดานแห่งชีวิต เป็นมินิซีรีส์ของทาง Netflix มีทั้งหมด 7 ตอน โดยทั้งหมดมีความยาวโดยประมาณ 7 ชั่วโมง เดินเรื่องโดยเน้นตัวละครเอก “เบธ ฮาร์มอน” แสดงโดย อันยา เทย์เลอร์-จอย

ในช่วงแรกที่เปิดตัว แอดมินได้ดูตัวอย่างของซีรีส์เรื่องนี้แบบผ่านๆ ก็คิดว่าน่าจะเหมือนหนังดราม่าทั่วๆ ไป ประมาณยุค 1960 แต่ก็มีความสังสัยอยู่เหมือนกันว่า หมากรุกมาเกี่ยวอะไรกับซีรีส์เรื่องนี้

หลังจากที่หนังซีรีส์ The Queen’s Gambit ได้ออกอากาศทาง ราวๆ ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2563 ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่หลายอย่าง อาทิเช่น ช่วงเดือนแรกหลังจากที่ซีรีส์นี้ออกฉายใหม่ๆ แค่ภายในเดือนแรก ก็สามารถดึงดูดผู้ชมได้สูงถึง 62 ล้านครอบครัว ยอดขาย Chess Set หรือ ชุดหมากรุก ก็ทำยอดขายได้ถึง 250% บน eBay นอกจากนี้ยังมีคนจำนวนมาก search หาคำว่า “How to play chess” ใน Google สูงสุดมากเป็นประวัติการณ์ และ จำนวนผู้เล่นหน้าใหม่ มีการสมัครเป็นสมาชิกของ chess.com เพิ่มสูงขึ้นกว่า 5 เท่าเลยทีเดียว

“ไม่ได้แล้วเราจะพลาดไม่ได้ จะตกเทรนไม่ได้” บวกกับความอยากรู้ว่า เรื่องนี้มันดีจริงอย่างที่เขาว่าไหม? ก็เลยทำให้แอดมินต้องไปหาเวลาดูมินิซีรีส์ The Queen’s Gambit กันแบบจริงจัง

“ตอนแรกกะว่าจะดูวันละตอน ในช่วงว่างๆ หลังเลิกงาน แต่หยุดไม่ได้” เพราะเรื่องราวมันน่าติดตามมาก ทำให้อยากดูต่อในตอนถัดไปในทันที เลยทำให้ดูเรื่องนี้จบภายใน 3 วันเท่านั้นเอง

เรื่องย่อ ซีรีส์อย่าง The Queen’s Gambit – เกมกระดานแห่งชีวิต
ที่เดินเรื่องราวผ่านเกมหมากรุก โดยมีตัวละครหลัก คือ เบธ ฮาร์มอน นักหมากรุกหญิงอัจฉริยะ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวของเรื่องนี้ คือ เบธ ฮาร์มอน ในวัยเด็กเธอเติบโตมาจากครอบครัวที่แตกร้าว  ดูหนังออนไลน์ฟรี ต่อมาก็ต้องมาสูญเสียคุณแม่ของเธอไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เธอไม่เหลือใคร และ ต้องถูกส่งไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุ 9 ขวบ

การที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เบธ ประสบปัญหาไม่สามารถเข้ากับเพื่อนๆ ได้ และ เมื่ออยู่ที่นี่ ทำให้เธอต้องได้รับยาตัวหนึ่งไปทาน (ยาระงับประสาท) ทุกวัน ซึ่งส่งผลทำให้เธอเสพติดยาตัวนี้จนโต จนวันนึง เธอได้รู้จัก “หมากรุก” เป็นครั้งแรก จากลุงภารโรงที่ชื่อว่า “คุณไชเบล” ในห้องใต้ดินของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนั้น “คุณไชเบล” คือ ครูคนแรก และ ถือเป็นผู้สนับสนุนตัวจริง ที่ผลักดันให้เบธได้เข้าสู่วงจรของการเป็นนักกีฬาหมากรุก

และต่อมาก็มีครอบครัวนึง สนใจที่จะรับ เบธ ไปอุปการะ แต่เบธ ก็ยังไม่หยุดที่จะต่อยอดความฝันของเธอ จากเด็กที่เคยไร้เป้าหมาย กลายเป็นเด็กที่ค้นพบพรสวรรค์ของตนเองกับกีฬาหมากรุก กีฬาประเภทนี้ ถือว่าเป็นเส้นทางที่ถือว่ายากและโหดเอามากๆ ในสมัยนั้น เพราะมีแต่ผู้ชายเล่นซะเป็นส่วนใหญ่

ด้วยที่เบธ มีพรสวรรค์ด้านหมากรุกและ การแข่งหมากรุกสามารถทำเงินได้มาก ทำให้แม่ใหม่ของเธอ หลังจากที่รู้ว่า เกมกีฬาประเภทนี้ ทำเงินได้ ก็หันมาสนับสนุนเบธอย่างเต็มที่ และ กลายมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอ แต่ก็มาหักมุมอีก เบธ ต้องมาเสียแม่ใหม่ไปอีก จากปัญหาพิษสุราเรื้อรัง (แม่ใหติดเหล้าหนักมาก) ทำให้ช่วงชีวิตที่เหลือของเธอ เธอต้องลุยเดี่ยว แต่ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตคนเดียว เพราะยังมีเพื่อนสนิทในวัยเด็กที่คบกันที่บ้านเด็กกำพร้า และ ยังมีเพื่อนชายอีกหลายคนที่หวังดีต่อเธอ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเป็นคู่แข่งกันในเกมหมากรุก

หลายช่วงหลายตอนของซีรีส์เรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความเข้มแข็งของเบธ ที่ต้องการพิสูจน์ตนเอง ต้องการเอาชนะคู่แข่ง เบธ ค่อย ๆ สะสมชื่อเสียงและพัฒนาทักษะจากการเดินสายแข่งขันเวทีต่าง ๆ ในประเทศ จนได้เป็นแชมป์อเมริกาแทน และทำให้เบธ ได้ไปแข่ง THE CHESS WORLD CHAMPIONSHIP กับ มือหนึ่งของโลกที่ชื่อว่า “วาร์สิลี บอร์กอฟ” ชาวรัสเซีย

ในทางกลับกัน เบธ ก็ต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัวที่ผ่านการสูญเสียแม่ถึงสองคน การเอาชนะกับอาการติดยาระงับประสาท ต้องเจอกับความผิดหวังพ่ายแพ้ให้กับเกมการแข่งขันครั้งสำคัญหลายครั้งเช่นกัน แต่ เบธ ก็สามารถผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาได้

อะไรที่ทำให้อดีตเด็กน้อยอย่างเบธ​ ที่ดูไม่มีอนาคตกลายเป็นนักกีฬาหมากรุกที่เก่งกาจเหนือผู้ชาย? และ อะไรที่ทำให้เบธสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้?

จุดจบของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร? เบธจะสามารถผ่านด่านสำคัญครั้งนี้ ได้หรือไม่? คงต้องไปลองติดตามชมดูนะครับ

“หลายๆ ครั้ง ที่เราได้ดูหนัง เราก็ได้เรียนรู้ส่ิงที่มีประโยชน์จากหนังเรื่องนั้นได้เช่นกัน”

สิ่งที่ได้ สำหรับเรื่อง The Queen’s Gambit หรือ เกมกระดานแห่งชีวิต มันไม่ใช่แค่หนัง หรือ มินิซีรีส์ ที่น่าดู หรือ น่าสนใจเท่านั้น แต่เรื่องนี้ ยังได้สอดแทรกแนวคิด และ บทเรียน ที่น่าสนใจหลายเรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องที่พวกเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงานได้

ดังนั้นในบทความนี้ แอดมิน จึงจะขอนำเสนอสิ่งที่แอดมินได้เรียนรู้ จากการได้ดูมินิซีรีส์ The Queen’s Gambit หรือ เกมกระดานแห่งชีวิต ซึ่งสรุปออกมาได้ 7 ประเด็น

“Get out of your comfort zone and Find your passions and purpose”
“บางทีเราต้องกล้าที่จะเปิดตาและเปิดใจ ลองทำในสิ่งที่แตกต่าง เพื่อที่จะมองหาสิ่งที่เหมาะสม หรือ สิ่งที่ใช่สำหรับตัวเราอย่างแท้จริง” ชีวิตของเบธ หากเธอยอมเดินตามรูปแบบชีวิตแบบเดิมๆ ของเด็กกำพร้าคนอื่นๆ ที่ในแต่ละวันก็ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบกติกาเดิมๆ ที่ถูกกำหนดเอาไว้ และรอคอยว่าวันนึงจะมีครอบครัวที่ดีที่จะมารับไปอุปถัมภ์ ก็จะไม่มี เบธ ฮาร์มอน นักหมากรุกหญิงอัจฉริยะ อย่างแน่นอน

ความสงสัย ความท้าทาย ความอยากลองสิ่งใหม่ ของเบธ นี่เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้เธอสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดได้ในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเชื่อที่ว่ากีฬาหมากรุกเป็นของผู้ชายเท่านั้น หรือ เด็ก ไม่สามารถลงแข่งขันในกีฬาประเภทนี้ได้ เป็นต้น

“You can chase your dreams at any age. You’re never too old” อายุ เพศ ไม่ได้เป็นเงื่อนไขในการที่เราจะเดินหน้าตามล่าความฝันของตัวเราเอง แต่หลายคนกลับเอาเรื่องเหล่านี้เป็นตัวดับฝันของตนเอง ก็เหมือนกับชีวิตของเราในหลายๆ คน ที่อาจจะกลัว หรือ ไม่มั่นใจที่จะกล้าลอง หรือ กล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง ทำให้ต้องจำใจเลือกเดินทางตามรูปแบบที่ถูกคนอื่นหรือสังคมกำหนดเอาไว้

เมื่อต้องทำในงานที่ไม่ใช่ งานที่ไม่ได้ใช้ความสามารถหรือพรสวรรค์ที่ตนเองมีอย่างเต็มที่ จึงทำให้หลายคนไม่มีความสุขในการทำงาน เกิดความเบื่อหน่ายง่าย และ หากปล่อยให้เนิ่นนานไป ก็อาจจะทำให้กลายเป็นคนหมดความมั่นใจไปในที่สุด

“Don’t let people’s opinions get to you”
“บางทีเราต้องมองข้าม เลิกสนใจสายตาหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่นๆ ไปซะบ้าง” เราไม่มีทางทำให้คนอื่นเข้าใจในตัวเรา หรือ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ได้อย่างแน่นอน เบธ เองก็เช่นกัน ในช่วงเข้าเรียน High School ด้วยความที่การแต่งตัวของเธอดูแตกต่าง ดูเชยในสายตาของคนหมู่มาก จึงถูกดูถูก ดูแคลนจากคนรอบข้าง เพราะเป็นเด็กถูกรับมาเลี้ยง เสื้อผ้าที่มีก็เลยเก่าและเชยมาก ถึงแม้ว่าต่อมาแม่ใหม่ได้เลือกซื้อเสื้อผ้าลดราคาให้เธอ (เพราะครอบครัวใหม่ ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร) ก็ยังไม่วายโดนดูถูกจากเพื่อนๆ ที่โรงเรียนอยู่ดี

แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอหวั่นไหวเลย ยิ่งทำให้เธอต้องหาหนทาง ที่จะทำให้ชีวิตของตนเองดีขึ้น ด้วยการพิสูจน์ตนเองบนเส้นทางที่เธอได้เลือกเองด้วยการเป็นนักหมากรุก เพราะเธอพบว่าอาชีพนี้ สามารถทำเงินได้ และ จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีกฎหรือกติกาที่จำกัดอายุ หรือ จำกัดเพศในการลงแข่งขัน หลังจากที่เธอได้ลงแข่งไปเรื่อยๆ เธอก็เริ่มมีรายได้และมีชื่อเสียง เมื่อเบธ​มีเงิน เธอก็แบ่งเงินรางวัลเอามาซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ราคาแพงใส่ ทำให้คนที่เคยดูถูก ดูแคลนเธอ หันมาอยากคบหาสมาคมกับเธอ และ เธอก็กลายเป็นคนดัง ที่มีคนนิยมชมชอบไปในทันที

เรื่องการถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจออยู่แล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนรับมือและมีมุมมองต่อเรื่องนี้อย่างไร? หากเรามัวแต่จับจด สนใจสายตาของคนอื่นๆ และนำคำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นมาคิดมากเกินไป รับรองได้ว่า สิ่งที่อยากทำและสิ่งที่อยากเป็น ไม่มีทางได้เกิดอย่างแน่นอน

เอาเป็นว่า ชีวิตของเรา เราควรกำหนดเอง ไม่ใช่ถูกกำหนดด้วย คำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่น ดังนั้นอย่ากำหนดเงื่อนไขของความสุขของตัวเราเองด้วยสายตาของผู้อื่น

“Take your life into your own hands”
“เพราะชีวิตมีขึ้นและมีลงเสมอ เราต่างก็ต้องเจอกับความผิดหวังมากบ้างน้อยบ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดา” ชีวิตของเบธ ก็เช่นกัน ชีวิตของเธอเหมือนกับรถไฟเหาะตีลังกา มาจากจุดต่ำสุด พอถึงจุดพีค เธอก็ต้องเจอกับปัญหาและความสูญเสีย ทำให้ชีวิตก็ต้องตกต่ำลงมาอีกครา เช่น จากเป็นเด็กกำพร้า และ ได้ครอบครัวใหม่รับไปเลี้ยง แต่พอไม่นานก็ต้องมาสูญเสียแม่ใหม่ไปอีก หรือ เข้าชิงแชมป์ ก็พ่ายแพ้ เพราะด้วยความมั่นใจ (รวมไปถึงอีโก้) ที่เธอมีมากเกินไป ก็ต้องทำให้เธอต้องพบกับความผิดหว้งได้เช่นกัน

“เพราะชีวิตคือการเรียนรู้ เราก็สามารถเรียนรู้ได้มากมายในวันที่เราแย่ที่สุด” เบธ ก็เช่นกันเธอได้รับบทเรียนราคาแพงจากทุกๆ การสูญเสีย และ ความผิดหวัง จนสามารถพาตัวเองกลับขึ้นมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง

เรื่องนี้ ก็ชี้ให้เห็นว่า ความผิดพลาดหรือความผิดหวัง ก็ถือเป็นบทเรียนของชีวิต หากเรายอมรับ เข้าใจ เราก็จะเห็นหนทางของการแก้ไข และ พัฒนาตนเอง เพื่อก้าวไปสู่ในุดที่ดีกว่าเดิมได้เสมอ แต่หากเรานำ ความผิดพลาดหรือความผิดหวัง มาเป็นตัวตีตราตนเองว่า “ตนเองเป็นคนไม่เอาไหน” หรือ โทษคนอื่นว่าเป็นต้นเหตุในเรื่องนี้ นั่นก็หมายความว่า เราได้ยอมรับและยอมแพ้ต่อโชคชะตาไปเรียบร้อยแล้ว

อาหารโปรตีนสูง ทางเลือกโภชนาการเพื่อสุขภาพ

โปรตีน เป็น 1 ในสารอาหารที่สำคัญต่อสุขภาพร่างกาย และการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อ สุขภาพ ที่ดี จึงควรทำความรู้จักกับอาหารโปรตีนสูงไว้ว่ามีอะไรบ้าง และควรรับประทานอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด

ทำความรู้จักกับโปรตีน

โปรตีนเป็นโมเลกุลเชิงซ้อนที่สำคัญต่อร่างกาย โดยมีบทบาทสำคัญในการเสริมโครงสร้าง ระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เป็นแหล่งอาหารที่ให้พลังงาน ทำให้รู้สึกอิ่ม ช่วยในกระบวนการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระบวนการย่อยสารอาหาร กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันโดยส่งสัญญาณต่าง ๆ ให้แก่ร่างกาย รวมทั้งช่วยให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติอีกด้วย

อาหารโปรตีนสูง มีประโยชน์อย่างไร ?

การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงจะส่งผลดีต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน เช่น ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น หรือมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ควรเลือกรับประทานอาหารโปรตีนสูงที่มีคุณภาพ และดีต่อร่างกายด้วย เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม หรือเนื้อสัตว์ไขมันน้อย เป็นต้น ทั้งนี้ ควรรับประทานอาหารโปรตีนสูงร่วมกับอาหารชนิดอื่น ๆ ด้วย เพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน

อาหารโปรตีนสูง มีอะไรบ้าง ?

โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารหลายชนิด ทั้งอาหารที่มาจากสัตว์และพืช โดยอาหารที่มักมีโปรตีนสูง ได้แก่

  • ไข่ เป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนในปริมาณที่ดีต่อร่างกาย อีกทั้งยังมีราคาถูกและอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และไขมันที่มีประโยชน์ โดยคนที่มีสุขภาพดีควรรับประทานไข่อย่างน้อยวันละ 1 ฟอง
  • เนื้อสัตว์ไขมันน้อย เช่น เนื้อวัว หรือเนื้อไก่ เป็นต้น เพราะล้วนเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง อีกทั้งเนื้อวัวยังมีวิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก และสังกะสีด้วย
  • อาหารทะเล แหล่งโปรตีนชั้นดีจากทะเล เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน หรือกุ้ง เป็นต้น โดยอาหารทะเลบางชนิดก็มีไขมันต่ำด้วย
  • ผลิตภัณฑ์จากนม อุดมด้วยโปรตีนและสารอาหารมีคุณค่าอื่น ๆ ทั้งยังเป็นแหล่งแคลเซียมที่ช่วยในการบำรุงกระดูกและเสริมสร้างสุขภาพหัวใจ นอกจากนี้ หากรับประทานนมไขมันต่ำก็จะช่วยให้อิ่มท้องโดยได้รับแคลอรี่ในปริมาณที่น้อยลงอีกด้วย
  • อัลมอนด์ เป็นถั่วเปลือกแข็งที่มีโปรตีนสูง และอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญ เช่น ไฟเบอร์ วิตามินอี แมงกานีส และแมกนีเซียม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดความเสี่ยงโรคหัวใจในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อีกด้วย
  • บร็อกโคลี่ ผักใบเขียวที่อุดมด้วยวิตามินซี วิตามินเค ไฟเบอร์ โพแทสเซียม และมีโปรตีนสูงเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น ๆ โดยมีความเชื่อว่าบร็อกโคลี่มีสารอาหารที่อาจช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้
  • ถั่วเหลือง เป็นอาหารโปรตีนสูงที่ไม่ได้มาจากเนื้อสัตว์ โดยในปัจจุบันถั่วเหลืองได้ถูกนำมาปรุงเป็นอาหารและเครื่องดื่มมากมาย เช่น เต้าหู้ และนมถั่วเหลือง เป็นต้น นอกจากนี้ การรับประทานโปรตีนจากถั่วเหลืองเพียงวันละ 25 กรัม อาจช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย
  • พืชตระกูลถั่ว ไม่เพียงอุดมไปด้วยโปรตีน แต่พืชตระกูลถั่วยังมีไฟเบอร์ที่ดีต่อร่างกาย ซึ่งการรับประทานถั่วเพียง 1.5 ถ้วยก็ทำให้ได้รับโปรตีนมากพอ ๆ กับการรับประทานสเต็ก และช่วยให้อิ่มท้องได้นานเพราะมีไฟเบอร์สูง พืชตระกูลถั่วจึงเป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์
  • เวย์โปรตีน เป็นอาหารเสริมที่มีโปรตีนสูง เพราะเป็นโปรตีนที่สกัดมาจากนม ซึ่งส่งผลดีต่อร่างกาย ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และช่วยลดน้ำหนัก อีกทั้งยังสามารถพกพาไปเพื่อรับประทานได้สะดวก โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีเวลาทำอาหารเองและต้องการรับประทานโปรตีนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว จำเป็นต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หรือไม่ ?

ใน ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลในด้านระยะเวลาของ การป้องกันโรค หลังการฉีดวัคซีนว่าสามารถป้องกัน​ การติดเชื้อโควิด-19 ได้นานเพียงใด จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันโรคโควิด-19 ได้ยาวนานกว่าการฉีดวัคซีนจำนวน 2 เข็ม

ทั้งนี้ สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIH) อยู่ในขั้นตอนการศึกษาและวิจัยด้านประสิทธิภาพการสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มเติมหลังการรับวัคซีนเข็มที่ 3 ในกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็มแล้ว โดยให้วัคซีนเข็มที่ 3 ต่างชนิดกับวัคซีน 2 เข็มแรก ซึ่งคาดว่าจะทราบผลการศึกษาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564

ในส่วนของประเทศไทย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าจากข้อมูลในขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดเกี่ยวกับประโยชน์ของการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 โดยใช้วัคซีนต่างชนิดกันกับวัคซีน 2 เข็มแรกเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน จึงยังต้องรอผลการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมต่อไป

เนื่องจาก วัคซีนโควิด-19 ถูกพัฒนาขึ้นในเวลาที่จำกัด ข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนต่างชนิดกันและการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันในขณะนี้จึงยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิภาพในการป้องกันโรคและความปลอดภัยอย่างแน่ชัด จึงสรุปว่าควรฉีดวัคซีนโควิด-19 ชนิดเดียวกันทั้ง 2 เข็ม และยังไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 จนกว่าจะมีผลการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในอนาคต ยกเว้นในกรณีที่มีอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนเข็มแรก หรือไม่สามารถหาวัคซีนชนิดเดิมฉีดได้

SPIDER MAN: INTO THE SPIDER-VERSE ภาคล่าสุดของโซนี่จะเป็นเรื่องราวของไมลส์

SPIDER MAN : INTO THE SPIDER-VERSE ภาคล่าสุดของโซนี่จะเป็นเรื่องราวของไมลส์ เด็กชายผิวสีที่ค้นพบว่าตัวเองก็เป็นหนึ่งในสไปเดอร์แมนอีกคน และพบว่าในจักรวาลนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่เป็นสไปเดอร์แมน เขาเริ่มออกช่วยเหลือผู้คนรวมถึงคนที่เขารักนั่นคือพ่อ ซึ่งเราจะได้เห็นสไปเดอร์แมนอีกหลายคน

นับเป็นยุคทองของสไปเดอร์แมนจริง ๆ เพราะนอกจากหนังฉบับ ทอม ฮอลแลนด์  จะไปได้ดีกับค่ายมาร์เวลจนมีภาคต่อเตรียมเข้าฉายปีหน้าในชื่อ Spider-Man: Far From Home และเกมที่ลงในเครื่อง PS4 ก็กระแสดี ยอดขายสูงจนอาจมีภาคต่อเช่นกัน แต่กระนั้นจะมาในรูปแบบไหนอีกเท่าไหร่ก็เชื่อว่าแฟน ๆ สไปดี้ก็คงยินดีที่จะอุดหนุนไม่มีทางเอียนไปง่าย ๆ เป็นดังนั้นแล้วค่ายโซนี่เลยจัดแอนิเมชั่นเข้ามาปลุกกระแสให้หนักขึ้นไปอีกในชื่อ Spider-Man: Into the Spider-Verse ซึ่งบ้านเราจะเข้าฉายหลังปีใหม่นี้เลย

ดูหนังพากไทย โดยจับความจากฉบับคอมิกส์ชื่อ Spider-Verse เมื่อปี 2014 เขียนเรื่องโดย แดน สลอตต์ ที่เนื้อหาเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามมิติจักรวาลของครอบครัวนักฆ่าแมงมุมของ มอร์ลัน ที่ตามล่าผู้ได้รับพลังแมงมุมในแต่ละจักรวาลมาสังเวยตามความเชื่อจนมาถึงโลกของเรา แต่สำหรับในฉบับหนังแอนิเมชั่นที่เราจะได้ดูนี้จะดัดแปลงเรื่องราวเป็นการทดลองของ วิลสัน ฟีสก์ หรือรู้จักกันดีในนาม คิงพิน มาเฟียตัวร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวลคู่ปรับใหญ่ของสไปเดอร์แมน ที่พยายามลบความผิดพลาดในอดีตที่ทำให้สูญเสียลูกและเมียไป โดยการสร้างประตูมิติและหวังจะนำพาลูกกับเมียของตนในอีกจักรวาลหนึ่งกลับมา แต่ผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นคือจะทำให้โลกของเราเกิดการล่มสลายเพราะความทับซ้อนของต่างมิติ ทั้งยังส่งผลให้เหล่าสไปเดอร์แมนในมิติอื่นหลุดเข้ามายังโลกนี้ด้วย

ความเปลี่ยนแปลงอีกประการคือการยกตัวเอกที่ไม่ใช่ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ในวัยผู้ใหญ่หรือเด็กมานำ  แต่เปลี่ยนมามองผ่านสายตาของ ไมลส์ โมราเลส  เด็กผิวสีที่บังเอิญได้รับพลังแมงมุมและยังหาวิธีจัดการกับพลังที่ได้รับมาอย่างยากลำบาก ซึ่งจะคล้ายกับปีเตอร์ตอนวัยรุ่นเลย สำหรับคอคอมิกส์หรือสื่ออื่นที่ไม่ใช่หนังน่าจะคุ้นเคยกับไมลส์มาพอสมควรเพราะเขาโลดแล่นในฐานะสไปเดอร์แมนแทน ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ มาได้พอสมควรแล้ว แต่สำหรับคอหนังนี่คือการตัวครั้งแรกและยังได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ของสไปเดอร์แมนที่มีมากกว่าหนึ่งคนเลยด้วย

แอนิเมชั่นนี้เป็นผลงานการกำกับของ บ๊อบ เพอซิเชตตี้ (มือเขียนบท The Little Prince (2015)ปีเตอร์ แรมซี่ย์ (ผู้กำกับ Rise of the Guardians (2012) และ ร็อดนี่ ร็อธแมน (มือเขียนบท 22 Jump Street (2014) โดยมี ฟิล ลอร์ด ที่เคยเขียนบทหนังอย่าง The Lego Movie (2014) มาดัดแปลงเรื่องราวด้วย ก็นับว่าลงตัวเมื่อมองโจทย์ว่าอยากทำแอนิเมชั่นที่มีความหลากหลายในการนำเสนอ (The Little Prince กับ Rise of the Guardians) มีมุกตลกเจือ (22 Jump Street) และสามารถผูกเรื่องราวมากมายหลายมิติหลายตัวละคร ที่ประหนึ่ง The Avengers ของจักรวาลสไปเดอร์แมนให้มารวมกันได้ลงตัว (The Lego Movie) คือมองขาดมาก

นอกจากนี้ยังมีดาราที่คาดไม่ถึงมาให้เสียงพากย์อีกทั้ง เฮลีย์ สไตน์เฟลด์ ที่กำลังร้อนแรงกับหนัง Bumblebee ก็มาให้เสียง เกวน สเตซี่ ในจักรวาลที่เธอโดนแมงมุมกัด มาเฮอร์ชาลา อาลี ดาราผิวสีที่มีลุ้นออสการ์อีกครั้งกับหนัง Green Book ที่แอบเชียร์อยู่เหมือนกันมาให้เสียง อารอน โมราเลส อาสุดรักของไมลส์ซึ่งสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตไมลส์ไม่ต่างกับลุงเบนในจักรวาลนี้เลยทีเดียว ดราหนุ่มจากหนัง Wonder Woman

อย่าง คริส ไพน์ มาให้เสียง ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ในมิติของไมลส์ซึ่งเขาสวมบทสไปเดอร์แมนมาก่อนหน้าไมลส์จะโดนแมงมุมกัด และคนที่ต้องกล่าวถึงอีกคนคือ นิโคลัส เคจ ที่ไม่เห็นชื่อแกในตารางหนังทำเงินมานานเหลือเกิน ก็มาแจมโดยให้เสียง สไปเดอร์แมนนัวร์ ฮีโร่สายดาร์กจากมิติที่ยังอยู่ในทศวรรษ 60 ด้วย

นอกจากนี้ยังมีคาแรกเตอร์เด่นอีกเพียบทั้ง เพนี ปาร์กเกอร์ เด็กสาวที่สื่อสารกับพ่อของตนเองซึ่งกลายเป็นแมงมุมอยู่ในร่างหุ่นยักษ์ ปีเตอร์ บี. ปาร์กเกอร์ สไปเดอร์แมนสุดอาภัพที่มาจากมิติซึ่งเขาล้มเหลวในชีวิตแทบทุกด้านจนหมดอาลัยตายอยากในการเป็นฮีโร่ และ สไปเดอร์แฮม หมูพลังสไปเดอร์หนึ่งเดียวในทุกมิติ ซึ่งแต่ละตัวก็มีการสร้างความแตกต่างได้อย่างน่าสนใจทั้งเพนีที่มาแบบอนิเมะ 2 มิติสไตล์อเมริกัน สไปเดอร์แฮมมาสไตล์การ์ตูนเน็ตเวิร์ค

สไปเดอร์แมนนัวร์ก็มาแบบแอนิเมชั่นขาวดำ ซึ่งล้อไปกับแนวคอมิกส์ของแต่ละตัว และยังมีการนำเสนอที่ซ้อนกันระหว่างแอนิเมชั่นและคอมิกส์ที่แปลกดี อย่างการใช้ช่องคำพูดช่องบรรยายแบบคอมิกส์มาแทนความคิดของตัวละครหลักอย่างไมลส์หลังจากได้พลัง หรือใช้ในการเล่าเรื่องเปิดตัวของสไปเดอร์แต่ละคนที่ขยี้ซ้ำ ๆ จนกลายเป็นมุกได้ฮาไปอีก และที่สำคัญซึ่งเราเล่าไม่ได้คือ ยังมีตัวละครที่แฟน ๆ สไปดี้จะต้องว้าวอีกหลายตัวเลย ซึ่งบางตัวต้องรอหลังเครดิตจบ และอยากบอกว่า สมการรอคอยมาก แบบไม่คิดว่าพี่แกจะเล่นมุกนี้จริง ๆ

โดยเฉพาะการปรากฏตัวของคนที่คุณก็รู้ว่าใครซึ่งได้มาให้เสียงเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายก่อนจากไป ก็เป็นฉากที่ทรงคุณค่ามาก ๆ (และแอบฮาด้วย)

นอกจากความสนุกและทีมงานคับคั่งที่น่าชื่นชมแล้ว ส่วนของข้อคิดและดราม่าก็เยี่ยมด้วย โดยเฉพาะการสอนกันและกันให้บทเรียนผ่านจุดบกพร่องของแต่ละตัวละคร เฉพาะอย่างยิ่ง ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ผู้สมบูรณ์แบบ ปีเตอร์ บี. ปาร์กเกอร์ผู้ล้มเหลว และ ไมลส์ โมราเลส เด็กธรรมดาซึ่งได้รับพลังแบบไม่ตั้งใจและได้มองเห็นชีวิตทั้งสองแบบจากฮีโร่หลาย ๆ คนทั้งที่เป็นตัวอย่างและบทเรียน เป็นการส่ง-รับความเข้าใจต่อคำว่า ฮีโร่ ได้อย่างเปรียบเปรยและคมคายมาก

จุดด้อยเดียวแต่อาจมีปัญหากับผู้ใหญ่ที่วัยสูงสักหน่อย คือ ความมีเอกลักษณ์ด้านภาพสูง เรียกว่าอินดี้เลยล่ะ การผสผสานแนวแอนิเมชั่นหลากหลายทั้งสองมิติสามมิติ สไตล์จัดจ้านสีสันสดใสแสบซ่าน และพร็อพเพียบทั้งกล่องข้อความเอฟเฟ็กต์คอมิกส์ ภาพแอนิเมทที่เหลื่อมเหมือนเฟรมเรตต่ำแต่ดูเป็นความจงใจที่จะสร้างสไตล์ ตลอดจนการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ววุ่นวายมาก ๆ คือต้องเป็นคนเปิดใจหรือชอบอะไรแบบนี้หน่อย บางฉากเรียกว่าเก็บรายละเอียดไม่ทันจริง ๆ แต่โดยรวมดูสนุกเมามันมาก ทว่าคนที่มีปัญหาด้านการมองภาพโมชั่นเหลื่อม ๆ อาจมีอาการเมาได้จึงต้องเตือนกันไว้ก่อน

ไมเกรน

ไมเกรน พบได้บ่อยรองลงมาจาก อาการปวดหัว จาก กล้ามเนื้อเกร็งตัว และมักรุนแรงมากกว่า สาเหตุของไมเกรนมาจากเส้นประสาทในผนังหลอดเลือดภายในศีรษะบางส่วนทำงานผิดปกติ อาการปวดไมเกรนอาจปวดได้ทั้งสองข้าง เพียงแต่ส่วนใหญ่มักพบอาการปวดข้างเดียวมากกว่า

บางครั้งอาจปวดที่ข้างใดข้างหนึ่งก่อนแล้วจึงลามไปอีกข้าง หรือปวดสองข้างสลับกัน มักเริ่มปวดบริเวณกระบอกตา จากนั้นค่อยลามไปยังศีรษะและใบหน้า โดยจะรู้สึกปวดตุบ ๆ (Throbbing Pain) อย่างรุนแรงหรือรู้สึกถึงอาการปวดตามจังหวะการเต้นของชีพจร (Pulsating Sensation) อาการปวดอาจอยู่ได้นานราว 4–72 ชั่วโมง

อีกทั้งยังอาจพบอาการอื่น ๆ เช่น น้ำตาไหล คัดจมูก ไวต่อแสงและเสียงมากขึ้น ตาพร่า เห็นแสงวูบวาบ ได้ยินเสียงในหู และภาวะพาเรสทีเชีย (Paresthesia) ที่อาจส่งผลให้รู้สึกชา คัน หรือแสบร้อนจากความผิดปกติของเส้นประสาท

บางคนอาจพบอาการเหล่านี้ก่อนที่จะเกิดอาการปวดหัวแบบไมเกรนตามมา ซึ่งสัญญาณเตือนนี้เรียกว่า ออร่า (Auras) แต่บางคนอาการปวดไมเกรนอาจเกิดขึ้นเองโดยไม่มีสัญญาณเตือน หากรู้สึกปวดจนทนไม่ไหวหรือเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษา

5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย ” อนิเมะที่คนห่างไกลแฟนห้ามดู

ถึงแม้ใครจะบอกหรือตั้งให้ ชินไค เป็น “ที่สอง” หรือ “มายาซากิคนต่อไป” แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว ชินไค ก็คือ “ชินไค – มาโคโตะ ชินไค” ที่ไม่เหมือนกับใครหรือแทนที่ใครได้ ด้วยความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผลงานกับการสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกผ่านภาพและท่วงทำนองของบทเพลงได้อย่างลึกซึ้งกินใจ จนสามารถพูดได้เลยว่าในทุกองค์ประกอบของชินไคล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตและความรู้สึกที่แสนงดงาม

เป็นการเกริ่นนำถึงเรื่องราวความรักของ “ทากากิ โทโนะ” และ “ทากากิ โทโนะ” เด็กชายและเด็กหญิงที่ผูกพันธ์กันตั้งแต่สมัยประถม จนกลายเป็นรักแรกของกันและกันแต่แล้วเมื่ออาการิต้องย้ายโรงเรียนไปต่างที่ ในช่วงขึ้นมัธยมศึกษาตอนต้น ทำให้ความสัมพันธ์ของเขาและเธอต้องห่างไกลกัน มีเพียงจดหมายจากฝ่ายอาการิที่มักส่งมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ทากากิฟังเสมอ โดยที่เขาไม่เคยตอบกลับจดหมายเธอสักครั้ง

 

 

จนเมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี ทากากิจึงตัดสินใจนัดพบกัน และตั้งใจส่งจดหมายแทนความรู้สึกทั้งหมดที่เขามีต่อเธอ แต่แล้วระหว่างการเรอคอยที่แสนเนิ่นนานภายในชานชรารถไฟที่ไม่สามารถให้บริการได้ท่ามกลางพายุหิมะ เขาก็ได้ทำจดหมายปลิวหายไป การพบกันครั้งสุดท้ายของเขาและเธอครั้งนี้จึงมีเพียงจูบแรกอันหอมหวาน และคำมั่นสัญญาที่ผูกทั้งสองไว้ด้วยกันใต้ต้นซากุระ

Cosmonaut “นักท่องอวกาศ”

-5-Centimeters-Per-Second-(35)

 

ทากากิก้าวสู่ชีวิตนักเรียนมัยมปลาย หลังจากต้องย้ายโรงเรียนเช่นเดียวกับอาการิไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง ที่นั่นเขาได้พบกับเพื่อนใหม่ หนึ่งในนั้นก็คือ “คานาเอะ ซุมิดะ” เด็กสาวนักโต้คลื่น ซึ่งเขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอแอบหลงรักเขาอยู่ แม้ซุมิดะจะไม่เคยสารภาพความในใจและทำได้เพียงหาโอกาสอยู่ใกล้ๆ เขาเป็นครั้งคราว ดูหนังออนไลน์พากย์ไทย แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างในเด็กหนุ่มที่แสนใจดีสำหรับเธอคนนี้ว่า ในใจของเขานั้น ไม่มีพื้นที่เหลือให้เธอเข้าไปได้ และแม้เธอจะใกล้กับเขาเท่าไร ก็ไม่เคยสามารถเข้าถึงเด็กหนุ่มปิดใจคนนี้ได้เลยสักครั้ง

 

ทากากิยังคงติดอยู่กับคำมั่นสัญญาระหว่างเขาและอาการิ และยังคงใช้ชีวิตโดยคาดหวังว่าสักวันหนึ่งเขาและเธอจะได้กลับมาพบกัน แม้ข้อความที่เขียนพิมพ์ถึงเธอจะไม่เคยถูกส่งออกไปให้เธอรับรู้เลยสักครั้ง

ในตอนนี้จึงเป็นการเปรียบเทียบการเดินทางที่แสนโดดเดี่ยวของทากากิเหมือนกับจรวดที่กำลังทะยานสู่ความความมืดมิดในห้วงอวกาศ และทำได้เพียงเชื่อมั่นว่าจะได้เข้าใกล้ปลายทางสักวัน

Centimeters Per Second “5 เซนติเมตรต่อวินาที”

1388584342-5centimete-o

เป็นการเล่าเรื่องถึงช่วงชีวิตวัยทำงานของทากากิ ซึ่งกลายชายหนุ่มหัวใจด้านชา จมอยู่กับการทำงานที่เหมือนทำไปเพื่อต้องการไขว่คว้าอะไรสักอย่างที่ไร้ตัวจน ทั้งที่ความรู้สึกภายในกลับเต็มไปด้วยความเศร้าจากการติดอยู่แค่เพียงเรื่องราวในอดีตที่เขาไม่สามารถก้าวผ่านมาได้ ขณะที่ในฝ่ายของอาการิ เธอกำลังจะแต่งงานกับชายอีกคน เหลือทิ้งไว้เพียงความเชื่อมั่นในคำสัญญาที่ไม่มีวันเป็นจริงของเขาทั้งสอง

ทากากิ โทโนะ (遠野 貴樹 – Tōno Takaki )

ตัวละครหลัก ที่เล่าเรื่องทั้งหมด ตั้งแต่วัยเยาว์ของเขาจนกระทั่งถึงตอนเมื่อเขาเติบใหญ่ ชายหนุ่มที่ยึดติดอยู่แต่เพียงเรื่องราวในอดีต จนไม่สามารถมีความสุขหรือก้าวผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความเศร้าไปได้ ในวัยเด็กของเขา จำเป็นต้องย้ายที่อยู่บ่อย เนื่องจากพ่อแม่ย้ายงานบ่อย จนเมื่อได้พบอะกะริ เพื่อนผู้หญิงคนสนิทตั้งแต่สมัยประถมจนถึงมัธยมต้น จนพัฒนาจากสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนระหว่างเด็กหญิงและเด็กชาย สู่เรื่องราวความรักหญิงชาย ที่สุดท้ายทั้งสองต้องไม่ได้ลงเอยกัน หลังจากทั้งคู่ต้องเข้าศึกษาต่างที่กัน ในบทที่สองปรากฏว่า ทะกะกิเป็นสมาชิกชมรมยิงธนูที่โรงเรียน และมีฝีมือดีด้วย

อาการิ ชิโนะฮาระ (篠原 明里 Shinohara Akari )

เป็นเพื่อนผู้หญิงคนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กของทากากิ รักแรกของเขา และทั้งสองต่างมีความรู้สึกดีต่อกัน ด้วยความคล้ายคลึงกันหลายๆเรื่อง ทั้งความชอบและต่างก็มีชีวิตที่ต้องย้ายบ้านบ่อยๆ โดยเมื่อจบมัธยมต้น ครอบครัวของอาการิต้องย้ายจากกรุงโตเกียวไปจังหวัดโทะชิงิ ทำให้เธอกับทากากิต้องอยู่ไกลกัน และทำได้เพียงการเขียนจดหมายหรือโทรศัพท์ติดต่อกัน แต่สุดท้ายก็ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก้ต้องจบลง เพราะพ่ายแพ้ให้กับระยะห่างและกาารเวลา

คานาเอะ ซุมิดะ (澄田 花苗 – Sumida Kanae)

เด็กสาวเพื่อนร่วมห้องของทากากิ หลังจากเขาย้ายไปเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่จังหวัดคะโงะชิมะ เธอเป็นสาวนักโต้คลื่น มีพี่สาวเป็นครูที่โรงเรียน เธอที่ไม่มีจุดหมายปลายทางในชีวิตการเรียน และแอบชอบทากากิข้างเดียว  ความรักของเธอจึงเป็นเรื่องค่อนข้างน่าเจ็บปวด เนื่องจากแม้เธอจะใกล้กับทากากิเท่าไร เธอก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่ในสายตาของเขาได้เลย เธอจึงตัดสินใจไม่ได้บอกความในใจออกไป  ด้วยเพราะเธอสัมผัสได้ว่าเขาไม่มีพื้นที่เผื่อไว้ให้กับเธอได้ แต่สุดท้ายเธอก็ไม่อาจลืมเลือนความรักของเธอที่มีต่อทากากิได้เช่นกัน

Anime Rank A+ คะแนน 99.5/100

5 Centimeters Per Second นี่คือ ผลงานอนิเมชั่นที่สามารถถ่ายทอดงดงามของความรู้สึกเหงาอย่างลึกซึ้งกินใจที่สุด เป็นการเรียงร้อยเรื่องราวที่ทำให้รู้สึกเศร้าและอบอุ่นไปในเวลาเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยถ้อยคำบรรยายความรู้สึกซับซ้อนอะไรมากมาย แต่จะอาศัยการเปรียบเทียบเชิงวิทยาศาตร์ที่เหมือนจะไกลตัว แต่กลับสื่อออกมาได้อย่างไม่ไกลเกินกว่าใจของทุกคน และด้วยความลงตัวในทุกๆ องค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น ความความงดงามของภาพ ฉาก และทัศนยภาพต่างๆ ภายในเรื่อง ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดและมนต์สเน่ห์สุดโรแมนติก หรือในส่วนของเพลงประกอบที่ถูกเรียงร้อยออกมากกว่า 11 เพลงที่ล้วนแล้วแต่ไพเราะจับใจและสอดคล้องไปกับอารมณ์ของภาพและเรื่องราวของอนิเมชั่นในเรื่องนี้

ทำให้… อนิเมชั่นเรื่องนี้ คือที่สุดของที่สุดของอนิเมชั่นคุณภาพเลยทีเดียว ซุึ่งหากจะให้พูดถึงข้อเดียวของอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นในส่วนของ character ที่อาจไม่ถูกใจสำหรับแฟนๆ อนิเมชั่นที่ชอบตัวละครสวยๆ รายละเอียดเยอะๆ สักหน่อย แต่ด้วยข้อเสียเพียงจุดเดียวนี้ก็ไม่ได้ทำให้ความงดงามของนิเมชั่นเรื่องนี้ลดลงเลยแม้สักนิด

โดยนอกจากเรื่องอารมณ์ของอนิเมะเรื่องนี้ที่ถือได้ว่าเป็น Best of the best แล้ว หากมองดูในรายละเอียดของผลงานของชินไคเรื่องนี้ คุณจะเห็นได้ถึงความใส่ใจในรายละเอียดสุดพิถีพิถัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของฉากและทัศนยภาพต่างๆ  ที่ชินไคยังได้รังสรรค์ออกมาได้อย่างงดงามจากสถานที่จริงที่ของในญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด

ถึงแม้ใครจะบอกหรือตั้งให้ชินไคเป็น “ที่สอง” หรือ “มายาซากิคนต่อไป” แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว… ชินไค ก็คือ “ชินไค – มาโคโตะ ชินไค” ที่ไม่เหมือนกับใครหรือแทนที่ใครได้ ด้วยความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผลงานกับการสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกผ่านภาพและท่วงทำนองของบทเพลงได้อย่างลึกซึ้งกินใจ จนสามารถพูดได้เลยว่าในทุกองค์ประกอบของชินไคล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตและความรู้สึกที่แสนงดงาม

5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย เป็นอนิเมะของมาโกโตะ ชินไค ผู้กำกับ Your Name ซึ่งอนิเมะเรื่องนี้สร้างปรากฎการณ์ไปทั่วญี่ปุ่นและได้รับคำชื่นชมจากแฟนๆว่าเป็นอนิเมะที่มีงานภาพงดงามและให้อารมณ์หน่วงจับจิตมากที่สุดของชินไค เรื่องราวของ 5 Centimeters Per Second  เกี่ยวกับชีวิตของชายหนุ่มชื่อ โทโนะ ทากะกิ ที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นและต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่การย้ายโรงเรียนของเพื่อนสาวคนสนิท การย้ายโรงเรียนของตัวเขาเอง และการก้าวสู่ชีวิตวัยทำงาน แบ่งการเล่าเรื่องเป็น 3 พาร์ท

พาร์ท1 โทโนะ กับ อากะริ ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันในวัยเรียน แต่แล้วอากะริต้องย้ายโรงเรียนไปอยู่ที่อื่น ทั้งคู่ติดต่อกันผ่านจดหมายและนัดเจอกันในคืนหนึ่งที่สถานีรถไฟ ท่ามกลางหิมะตกหนัก ทำให้ขบวนรถไฟล่าช้า การรอคอยในขบวนรถไฟของโทโนะทำให้เขาทรมานและเป็นห่วงว่าอากะริจะเฝ้ารอ ระหว่างนั้นเอง จดหมายที่โทโนะตั้งใจเขียนเพื่อสารภาพรักได้หลุดลอยปลิวไปตามลม เมื่อถึงสถานีรถไฟ โทโนะ พบว่าอากะริ ยังคงรอเขาอยู่ ทั้งคู่ได้ออกไปเดินเล่นด้วยกันและพักค้างคืนในกระท่อมจนรุ่งสาง ที่นั่นความรักของสองคนได้เริ่มต้นขึ้น และโทโนะคิดว่า แม้เขาจะไม่ได้บอกรักออกไปในตอนนั้น แต่ทั้งคู่ก็สัมผัสความรักที่มีต่อกันได้

พาร์ท 2 โทโนะย้ายไปอยู่เมืองใหม่ โรงเรียนใหม่ โดยมี คะนะเอะ เพื่อนร่วมรุ่นที่คอยแอบชอบเขาอยู่ คอยเฝ้าติดตามอยู่ห่างๆ โดยในพาร์ทนี้จะเน้นไปที่การตัดสินใจสารภาพรักของคะนะเอะ และจุดหมายปลายทางในอนาคตของตัวละคร ว่าหลังจากจบชีวิตช่วงวัยเรียนแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป ในตอนท้ายของเรื่อง คะนะเอะ พยายามบอกกับโทโนะว่าเธอแอบชอบเขา แต่ก็พบว่า โทโนะมีใครบางคนอยู่ในใจแล้ว และได้แต่เฝ้าเหม่อลอยคิดถึงคนๆนั้นๆ

พาร์ท 3 เป็นช่วงของโทโนะ วัยทำงาน และเล่าถึงความสัมพันธ์ช่วงที่ผ่านมาระหว่างเขากับอากะริ ความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนใหม่ที่ความรักเดินไปไม่สุดทาง เขาได้แต่หมดอาลัยตายอยาก ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่เป็นอันทำงาน จมปลักอยู่กับความทุกข์ ในขณะที่อาการิ เลือกเดินหน้าไปสู่ชีวิตรักใหม่แล้ว ในตอนท้ายเรื่อง โทโนะ และ อาการิ เดินสวนกันที่ทางรถไฟ ระหว่างนั้นขบวนรถไฟได้วิ่งผ่านไป โทโนะหันกลับมามองอีกครั้งที่ฝั่งตรงข้าม เขาไม่พบอาการิยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว โทโนะได้ยิ้มที่ริมฝีปาก และเลือกที่จะก้าวเดินจากไป

โทโนะคือผู้ชายที่ติดค้างอยู่กับอดีตที่ยังค้างคา เขาไม่ได้พูด ไม่ได้บอกรัก เพราะกลัวว่าด้วยระยะทางที่ห่างไกลกันจะทำให้อากะริจะต้องทุกข์ใจกับการรอคอย ที่แม้ว่าจะส่งข้อความหากันกี่ร้อยกี่พันครั้ง ใจของเขาทั้งสองก็ยังมีระยะห่างกันเท่าเดิม ในตอนท้ายโทโนะ ได้เห็นแล้วว่า อากะริ เลือกที่จะเดินก้าวต่อไป ไม่ได้ติดค้างกับอดีต ในขณะที่เขาก็ต้องก้าวต่อไปและปล่อยอดีตไว้เบื้องหลังได้แล้ว

การได้พบเจอใครสักคนที่ทำให้เรามีความสุขและเสียงหัวเราะ ทำให้เรายิ้มได้ และร้องไห้ได้ด้วยเช่นกัน มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป ถึงแม้คน ๆ นั้นจะทำให้คุณเสียน้ำตา แต่เชื่อว่าคุณก็ยอม เพราะคำหนึ่งคำที่คุณได้รับจากเขาคนนั้น นั่นก็คือ “ รัก ” ว้าว!!!! เปิดตัวมาแบบโรแมนติกนิดหนึ่งนะคะเพื่อน ๆ เพราะว่าเรากำลังอินมาก ๆ หลังจากได้ดูอนิเมะเรื่อง “ 5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย ” มันทำให้หวนคิดถึงวันวานเก่า ๆ ดีแท้แน่นอน

วันวานเก่า ๆ ที่ว่าก็คือ การที่เราได้คบใครสักคนแต่ด้วยระยะทาง ความที่ต้องได้ห่างไกลกัน จึงทำให้ต้องเลิกลากันไปในที่สุด ทั้ง ๆ ที่ถามว่ายังรักกันอยู่ไหม! ก็คงตอบได้คำเดียวเช่นเดิมว่า “ รัก ” แต่ด้วยเวลาที่นำเราออกเดินทาง ทำให้ผ่านไปไม่นานเราก็จะทำใจได้เองจ้า!  แล้วเราก็จะได้พบรักครั้งใหม่

เรื่องราวของ “ 5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย ” หลัก ๆ แล้วจะแบ่งออกเป็นสามช่วง มีดังนี้จ้า  ช่วงแรกจะเป็นเรื่องราวของพระเอกและนางเอกที่ได้พบกัน คือเรียนที่เดียวกันในช่วง ม.ต้น แต่แล้วต่างคนก็จะต้องได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น ปกติทั้งสองคนนี้คือย้ายไปนั่นนี่ตามครอบครัวเป็นปกติ เมื่อพระเอกนางเอกรู้ว่าตัวเองกำลังจะจากกัน จึงต่างเขียนจดหมายที่จะบอกความรู้สึกของตนแก่อีกฝ่าย และได้ทำการนัดเจอกัน แต่ในช่วงที่นัดเจอกัน โดยที่พระเอกต้องนั่งรถไฟไปหานางเอก แต่ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่หิมะได้ตกอย่างหนัก จึงทำให้ไปช้ากว่าเวลาที่นัด ทางด้านของพระเอกก็คิดว่านางเอกคงจะกลับไปแล้ว เกิดความกังวลใจตลอดทาง รวมทั้งในระหว่างที่เดินทางนั้น จดหมายที่พระเอกเขียนเอาไว้เพื่อบอกความรู้สึกกับนางเอก ก็ได้หล่นหายไปต่อหน้าต่อตาของพระเอก แต่พระเอกก็ต้องรีบไปหานางเอกเขาจึงทำได้แค่มองจดหมายที่ปลิวไป แต่เมื่อมาถึงที่นัดหมาย นางเอกก็รออยู่ แม้จะเลยเวลานัดมาหลายชั่วโมง อากาศทั้งเย็นและหนาวมาก ในช่วงที่อากาศเป็นใจนี้ จึงทำให้พระเอกได้ตัดสินใจ จูบนางเอกที่ใต้ต้นซากุระ ก่อนที่พวกเขาจะหาที่หลบความหนาวและพูดคุยกันจนถึงเช้า และนางเอกก็ได้ส่งพระเอกกลับบ้าน โดยที่นางเอกก็ไม่ได้ให้จดหมายของตนกับพระเอกแต่อย่างใด

ข้อเสื่อม

โรคข้อเสื่อม ระยะเริ่มต้นจะมี อาการปวด สัมพันธ์กับการใช้งาน ระยะปานกลาง เมื่อกระดูกอ่อนเริ่มสึกกร่อน

ข้ออาจมีการอักเสบร่วมกับข้อเริ่มโค้งงอ เหยียดงอไม่สุด ระยะรุนแรง เมื่อกระดูกอ่อนสึกกร่อนมากขึ้น ข้อเริ่มหลวมไม่มั่นคง ข้อหนาตัวขึ้น จากกระดูกงอกหนา ข้อโก่งงอ ผิดรูปชัดเจน เวลาเดินต้องกางขากว้างขึ้น กล้ามเนื้อรอบข้อลีบเล็กลง ขณะลุกขึ้นจากท่านั่งจะมีอาการปวดที่รุนแรง