ทำไมต้องเวทเทรนนิ่งคู่กับคาร์ดิโอ

การออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก ลดไขมัน และปรับสัดส่วนรูปร่างให้ดีขึ้นต้องอาศัย การควบคุมโภชนาการ และการออกกำลังกายทั้งการเวทเทรนนิ่งและการคาร์ดิโอควบคู่กันไป

จากที่เคยนำเสนอการเปรียบข้อดีของการออกกำลังกายสองชนิดระหว่างเวทเทรนนิ่ง และการคาร์ดิโอ ว่าอันไหนสามารถช่วยลดความอ้วนได้ตรงกว่าไปนั้น ในตอนท้ายของเนื้อหาได้ทำการสรุปไว้ว่า เพื่อให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพจึงแนะนำให้ควรปฏิบัติทั้งสองอย่างควบคู่กัน เพื่อให้การออกกำลังกายของคุณได้ผลแบบสมบูรณ์แบบทั้งน้ำหนักตัวลดลงและมีสัดส่วนที่ดีขึ้น

การออกกำลังกายทั้งสองชนิดไม่ว่าจะเป็นการคาร์ดิโอ หรือ เวทเทรนนิ่ง ก็มีประโยชน์โดดเด่นไปคนละอย่าง และเป็นตัวช่วยสำคัญในการลดน้ำหนักและสร้างรูปร่างในฝันได้

คาร์ดิโอแล้วได้อะไร
สำหรับการคาร์ดิโอหรือเรียกเต็มๆว่า Cardiorespiratory Training จะเป็นการออกกำลังกายที่ใช้ 2 ระบบใหญ่ๆในร่างกายคือ การเต้นของหัวใจ และ ระบบการหายใจ การคาร์ดิโอจึงมีจุดเด่นในการเพิ่มสมรรถภาพการทำงานให้กับหัวใจให้ทำงานดีขึ้น ช่วยให้ปอดทำงานเต็มที่ กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้ฟิตขึ้นและเหนื่อยน้อยลง และยังสามารถช่วยในการลดน้ำหนัก และลดไขมันส่วนเกินได้ และยังทำให้ร่างกายสะสมไขมันน้อยลง

คาร์ดิโออย่างไรให้ได้ผล การควบคุมโภชนาการ
สำหรับการคาร์ดิโอ ไม่ได้มีแต่การวิ่งเท่านั้น แต่ที่การวิ่งได้รับความนิยมก็เพราะทำได้ง่ายและสะดวก ไม่ต้องมีอุปกรณ์ไม่ต้องเรียนรู้อะไรมากมายนัก นอกจากการวิ่งแล้ว การคาร์ดิโอยังรวมถึงการเดิน กระโดด ปั่นจักรยาน เต้น ว่ายน้ำ เล่นกีฬาอะไรก็ได้ที่ได้เหงื่อ ได้ออกแรงเคลื่อนไหว แม้แต่การแกว่งแขนก็ถือเป็นการคาร์ดิโอชนิดนึง แต่จะใช้กำลังน้อยกว่ากิจกรรมอื่นๆ ซึ่งการคาร์ดิโอจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

กิจกรรมคาร์ดิโอที่ทำอย่างต่อเนื่อง หรือ Steady state
กิจกรรมอย่าง Steady state นั้นคือการวิ่งหรือการทำกิจกรรมที่มีความเร็วค่อนข้างคงที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งการคาร์ดิโอแบบนี้จะช่วยให้ระบบต่างๆในร่างกายแข็งแรงขึ้น ฟิตขึ้น เหนื่อยน้อยลง สามารถทำได้บ่อย ความเมื่อยล้าและอันตรายจากการฝึกน้อยกว่าการทำ HIIT โดยจะแนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1-4 ครั้ง ครั้งละ 30-45 นาที และถือเป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย

คาร์ดิโอแบบเข้มข้น HIIT
ส่วนการทำ HIIT (High Intensity Interval Training) คือการฝึกแบบเข้มข้นสูง อาจรวมถึงการฝึกแบบช้าสลับเร็วหรือ Interval Training โดยหลักการฝึกแบบ HIIT นั้นจะย่อยเวลาของกิจกรรมออกเป็นยกๆ เช่น วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด(สุดแรงเกิด) 1 นาทีสลับกับการเดินสบายๆ 1 นาที นับเป็น 1 ยก ทำ 5-10 ยก ซึ่งกิจกรรมแบบ HIIT จะใช้เวลาน้อยกว่า การทำ Steady state ในขณะที่เผาผลาญไขมันได้พอๆกันหรือมากกว่า

แต่กิจกรรม HIIT เป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างอันตราย ไม่ค่อยเหมาะกับมือใหม่ ถ้าเป็นมือใหม่ควรเลือกปรับความเข้มข้นตามกำลังและความฟิตของร่างกาย แล้วจึงค่อยๆปรับความเข้มข้นขึ้นเมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น การทำ HIIT ทำให้เมื่อยล้ามากกว่าเนื่องจากใช้กำลังมาก จึงแนะนำให้ทำ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว กิจกรรมนี้ถือเป็นทางเลือกนึงสำหรับคนที่ไม่ชอบวิ่ง หรือทำกิจกรรมคาร์ดิโอแบบเดิมๆเป็นเวลานานๆ

คาร์ดิโอเยอะๆทำให้กล้ามเหี่ยวจริงไหม
การที่จะคาร์ดิโอให้ได้ผลไม่จำเป็นต้องทำให้หนักเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเลือกกิจกรรมที่ชอบ ที่ทำได้บ่อยๆและสม่ำเสมอ อาจจะเป็นการเล่นกีฬาหรือกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายอะไรก็ได้ ทำได้ทุกที่ไม่จำเป็นต้องไปยิมเพียงอย่างเดียว อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *