ให้นมแม่อย่างปลอดภัย สบายใจยิ่งขึ้น ด้วยหลัก “1 2 3”

คงไม่มีอาหารอะไรที่มีประโยชน์และดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิดเท่ากับ “นมแม่” ไม่เพียงแต่ช่วยให้ลูกอิ่มท้อง แต่ยังเป็นเหมือนวัคซีนที่อุดมไปด้วยภูมิต้านทาน ช่วยให้ลูกน้อยแข็งแรง เติบโตได้อย่างสมวัย นมแม่ยังเป็นเหมือนสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงส่งผ่านความรักความอบอุ่นจากแม่สู่ลูก แต่การให้นมแม่ที่ดีก็จะต้องให้อย่างปลอดภัย ง่ายๆด้วยหลัก “1 2 3” คือ 1.คุณแม่ 2.นมแม่ และ 3.ลูก ซึ่งรายละเอียดจะมีอะไรบ้าง ไปทำความเข้าใจกับ นพ.วสันต์ นันทสันติ ศัลยแพทย์เฉพาะทางเด็กและทารก

คุณแม่ ต้นทางของสารอาหารที่สำคัญ
โดยนมแม่ที่ดีและปลอดภัยจะต้องประกอบไปด้วย 3 สิ่งดังต่อไปนี้

ความสะอาด
ก่อนให้นมลูกหรือปั๊มนม คุณแม่ควรล้างมือให้สะอาด และใช้ผ้าอ้อมชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดเหงื่อไคลและสิ่งสกปรกบริเวณเต้านมก่อนเสมอ โดยเช็ดจากหัวนมหมุนออกไปยังลานนม แล้วเปลี่ยนผ้าหรือนำผ้าไปขยี้ล้างน้ำแล้วเช็ดจากในออกนอกเช่นนี้อีกครั้ง ควรเช็ดทั้งสองเต้า หากจะใช้ทิชชู่เปียกเช็ด แนะนำรุ่นที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือน้ำหอมครับ หากคุณแม่จะปั๊มนม ก็ควรปั๊มใส่ขวดที่สะอาด ไม่ควรใช้อุปกรณ์ปั๊มหรือขวดเดิมจากมื้อก่อนซ้ำโดยที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาด นอกจากนี้อุปกรณ์และขวดนมทุกอย่างควรเก็บในที่สูงปลอดภัยจากสัตว์และแมลงต่างๆ ระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้น และควรแยกตำแหน่งกับบริเวณที่ใช้เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือแพมเพิสครับ

อาหารที่คุณแม่รับประทาน
คุณแม่ให้นมบุตรควรดื่มน้ำให้มากๆ ประมาณ 3 ลิตรต่อวัน และควรรับประทานอาหารสะอาดให้ครบ 5 หมู่ ตามหลักการแพทย์ไม่มีอาหารที่เป็นข้อห้ามหรือของแสลง แต่อาหารที่คุณแม่รับประทานจะส่งผลต่อการไหลและองค์ประกอบของน้ำนม จึงขอให้คุณแม่ระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงหลังคลอด 1 เดือนแรก เนื่องจากท่อน้ำนมยังขยายไม่เต็มที่ คุณแม่จึงควรรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของขิง เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย ทำให้น้ำนมไหลออกได้ง่ายขึ้น ส่วนแกงเลียง หัวปลี อินทผาลัม อโวกาโด ล้วนแต่เป็นอาหารมีแคลเลอรีมาก ก็จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมได้ แต่ควรลดการทานขนมที่มีกะทิ ชีส หรือ เบเกอรี่ ที่มีนมเนยมาก เพราะจะทำให้นมคุณแม่ข้นมันและขับออกจากเต้าได้ยาก นำไปสู่ปัญหามีก้อนนมในเต้าหรือท่อน้ำนมตันได้ นมแม่ที่ข้นและมีไขมันมากเกินไปยังอาจส่งผลต่อทารกแรกเกิด เกิดไขมันที่คั่งในตับทารกอาจนำไปสู่ภาวะตับและทางเดินน้ำดีอักเสบได้

ยา ส่วนมากยาที่สามารถขับออกทางน้ำนมได้ จะมีผลต่อลูก ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนรับประทานยา หรือ อาหารเสริมใดๆ รวมถึงยาบำรุงและยากระตุ้นน้ำนมด้วย ส่วนเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ แอลกอฮอล์ และ คาแฟอีน เช่น ชา กาแฟ ควรหลีกเลี่ยง หรือมีวิธีสังเกตง่ายๆคือ ถ้าคุณแม่ดื่มเครื่องดื่มใดแล้วปัสสาวะของคุณแม่ มีกลิ่นหรือสีที่เปลี่ยนไป แสดงว่ากลิ่นและสีของเครื่องดื่มนั้นสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ ซึ่งแปลว่าสามารถขับออกทางน้ำนมได้ด้วยเช่นกันครับ

การพักผ่อนอย่างเพียงพอ และ สภาวะแวดล้อมภายในบ้าน
คุณแม่หลังคลอดต้องการการพักผ่อนมากๆ คุณแม่ควรพยายามนอนหลับทุกครั้งที่ลูกหลับ โดยเฉพาะเวลากลางคืน เพราะฮอร์โมนสร้างน้ำนมจากต่อมใต้สมอง จะหลั่งในช่วงกลางคืนมากกว่ากลางวัน โดยเฉพาะในช่วง 10 วันแรกหลังคลอด เพราะจะเป็นตัวกำหนดปริมาณน้ำนมในอนาคต ดังนั้นคุณแม่ต้องพักผ่อนให้มาก ควรลดหรืองดการใช้อุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์ทุกชนิดในตอนกลางคืนครับ ส่วนมากคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำเร็จ จะต้องมีคนช่วยงานหรือแบ่งเบางานภายในบ้าน เพื่อให้คุณแม่ได้พักผ่อนมากที่สุด สภาวะแวดล้อมภายในบ้านควรเงียบสงบ ไม่มีเสียงดัง เพราะจะรบกวนการนอนของสมาชิกในบ้าน โดยเฉพาะลูกซึ่งมักสะดุ้งตกใจง่าย หยุดดูดนม หรือทำให้ลูกตื่น ลูกร้อง แม่ก็ต้องตื่นตาม ทำให้พักผ่อนได้น้อย อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *