เรื่องน่ารู้พลังงานแสงอาทิตย์

พลังงานแสงอาทิตย์ ประกอบด้วยรังสี 3 ชนิดคือ รังสีอินฟราเรด (IR) 53%, รังสีอุลตร้าไวโอเลต (UV) 3%, แสงสว่าง 44% ความร้อนที่เกิดขึ้นจากแสงอาทิตย์ เกิดจากรังสีอินฟราเรด และแสงสว่างรวมกัน รังสีอินฟราเรด เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแสงอาทิตย์เท่านั้น ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่รู้สึกได้จากความร้อน

ส่วนการทดสอบการลดปริมาณความร้อน (ซึ่งมีค่า % ลดรังสีอินฟราเรดรวมกับค่า % ลดความร้อนจากแสงสว่าง) ควรวัดจากแสงแดดโดยตรง จะได้ผลที่ถูกต้องกว่า การวัดปริมาณความร้อนจากไฟสปอตไลท์ เนื่องจากแหล่งกำเนิดความร้อนทั้งสองมีส่วนประกอบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กราฟเปรียบเทียบค่า % การลดความร้อนจากรังสีอินฟราเรด สปอตไลท์และแสงแดดของฟิล์มคุณภาพเยี่ยม

1. สรุปวิธีการพิจารณาค่า % การลดความร้อนก่อนเลือกซื้อฟิล์มกรองแสง คือ ต้องเป็น % การลดความร้อนจากแสงแดดโดยรวมเท่านั้น มิใช่เฉพาะแค่รังสีอินฟาเรด หรือค่าจากแสงสปอตไลท์

2. ค่า % การลดความร้อนต้องเป็นค่าที่ทดสอบตามมาตรฐาน ASHRAE และ AIMCAL มิใช่ค่าที่ผู้ขายจัดพิมพ์ขึ้นมาเอง โดยไม่มีมาตรฐานรับรอง
ติดฟิล์มรถยนต์เชียงใหม่

Original Series ฟิล์มกรอกแสง Hi-Kool คุณสมบัติกันความร้อนสูงสุด

Hi-Kool - ร้านเฮอร์เมส (ชลบุรี) | ชุดแต่งรถรอบคัน , ประดับยนต์ ,  แวร๊ปรถเปลี่ยนสี , พรมเข้ารูป Rida360 องศา : Inspired by LnwShop.com

ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool  Original Series ฟิล์มกรองแสงคุณภาพเยี่ยม กันความร้อนสูงสุด สำหรับคนชอบความเย็น

ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool รุ่น Original เป็นฟิล์มกรองแสงที่สร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทฯ มายาวนานกว่า 30 ปี ด้วยคุณสมบัติกันความร้อนสูงสุด ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถกันความร้อนได้สูงสุดถึง 84% กันรังสียูวีได้มากกว่า 99% เนื้อฟิล์มคุณภาพสูง คงทน มีสเปคให้เลือกหลากหลาย เหมาะสำหรับคนชอบความเย็น

ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool ผลิตจากโรงงานที่ดีที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา (The Best Convertor in America) ด้วยนวัตกรรมล่าสุดที่เรียกว่า “Sputter Multi-Layers Metallized Coating” เป็นการเคลือบโลหะ โดยใช้พลังปรมาณูยิงไปยังโลหะที่มีคุณสมบัติกันความร้อนสูง ภายใต้สภาพสุญญากาศ โลหะจะเรียงตัวทีละอะตอม อย่างละเอียด และแน่นหนา ทำให้ได้ฟิล์มที่มีความคงทนอย่างยิ่ง และมีประสิทธิภาพกันความร้อนดีเยี่ยม

Modern Series

Modern Series ฟิล์มกรองแสงโทนสีดำ สะท้อนแสงต่ำ โฉบเฉี่ยว แนวสปอร์ต

ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool รุ่น Modern Series ถูกคิดค้นขึ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อตอบสนองเทรนด์ล่าสุดในปัจจุบันของผู้ขับขี่ซึ่งนิยมฟิล์มสีเข้ม สะท้อนแสงต่ำ โฉบเฉี่ยว แนวสปอร์ต หรูหราทันสมัย แต่ยังคงคุณสมบัติพิเศษลิขสิทธิ์เฉพาะของ Hi-Kool คือประสิทธิภาพในการกันความร้อนสูง พร้อมปกป้องอันตรายจากรังสียูวี ได้อย่างดีเยี่ยม มีเฉดสีเข้มหลากหลายให้คุณเลือก

ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่

จอดรถตากแดด เป็นระยะเวลานานทุกวัน มีผลเสียหรือไม่ และจะป้องกันอย่างไร ?

ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าอากาศเมืองไทยร้อนแค่ไหน และในบางครั้งการ “จอดรถตากแดด” ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งแสงแดดไม่ใช่แค่ส่งผลกระทบกับทั้งเราเท่านั้นแต่ยังรวมถึงรถยนต์ด้วย หากต้องจอดรถตากแดดทุกวันเป็นเวลานานๆ ก็จะมีผลเสียตามมาอีกด้วย
ปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพของรถยนต์มีทั้งจากภายในและภายนอก อิทธิพลของแสงแดดเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้รถยนต์ได้รับผลกระทบโดยตรง ในบางครั้งการหลีกเลี่ยงแสงแดดทำได้ค่อนข้างยาก แน่นอนว่าย่อมเกิดผลเสียตามมา แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากจอดรถไว้เป็นเวลานาน

อันตรายที่ซ่อนอยู่ในแสงแดด
แสงแดดประกอบด้วยคลื่นความถี่ของรังสีที่แตกต่างกันตามความยาวคลื่น รังสีที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์คือ

รังสีอัลตราไวโอเลต (UV)มี 3 ชนิด
คือรังสียูวี เอ : การได้รับรังสีชนิดนี้เป็นปริมาณมากอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดต้อกระจกรวมถึงเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนัง
รังสียูวี บี : ทำลาย DNA ของเซลล์ผิวหนัง หากได้รับในปริมาณน้อยจะกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน (melanin) ทำให้สีผิวคล้ำขึ้น ส่วนในปริมาณมากจะทำให้ผิวหนังไหม้ เกิดจุดด่างดำ รอยเหี่ยวย่น และเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งผิวหนังหลายชนิด
รังสียูวี ซี : สามารถถูกกรองโดยชั้นโอโซนในบรรยากาศ แต่เนื่องจากถูกทำลายลงไปมาก จึงมีโอกาสที่จะลงมาถึงพื้นผิวโลก มีพลังงานสูงที่สุดและสามารถก่อให้เกิดอันตรายกับผิวหนังและดวงตาได้มากที่สุด
รังสีอินฟราเรด หรือ รังสีความร้อน จะแสดงออกมาในรูปแบบของความร้อนโดยที่มากกว่าครึ่งของรังสีจากแสงอาทิตย์เป็นรังสีอินฟราเรด

สามารถทำลายชั้นผิวหนังได้ลึกในระดับเซลล์
ผิวหมองคล้ำริ้วรอยต่างๆ
มะเร็งผิวหนัง

ฟิล์มติดรถยนต์ ราคาถูก

การเตรียมอุปกรณ์ และเทคนิคติดฟิล์มกรองแสงเอง ชิลกว่าที่คิด

สำหรับผู้ที่สั่งซื้อฟิล์มกรองแสงมาแล้ว ไม่อยากเรียกใช้บริการ ช่างติดฟิล์ม เพราะพื้นที่กระจกค่อนข้างน้อย MAXXMA มีวิธีการติดตั้งฟิล์มด้วยตัวเองให้ออกมาเหมือนมืออาชีพ เป็นวิธีที่สามารถติดตั้งได้ทั้งฟิล์มอาคาร และฟิล์มกรองแสงรถยนต์ หรือจะนำวิธีนี้ไปปรับใช้กับสติกเกอร์ฝ้า สติกเกอร์ตกแต่งก็ได้เช่นเดียวกัน มาเริ่มกันเลย

เตรียมอุปกรณ์ ช่างติดฟิล์ม
แผ่นฟิล์มกรองแสงที่จะทำการติดตั้ง
ขวดน้ำแบบพ่นสเปรย์
เกรียงรีดฟิล์ม ยางรีดฟิล์ม
คัตเตอร์ เอาไว้ตัดฟิล์ม
น้ำยาทำความสะอาดกระจก
ไม้บรรทัด หรือตลับเมตร
ผ้าเช็ดกระจกแบบไม่มีขนติด
เทปกาวใส
แชมพูติดฟิล์ม หรือแชมพูเด็ก

เตรียมสถานที่ติดฟิล์ม
สถานที่ใช้ติดตั้งต้องสะอาดปราศจากฝุ่น ในร้านบริการรับติดตั้งแบบมืออาชีพส่วนใหญ่จะมีห้องปลอดฝุ่นไว้สำหรับทำการติดตั้งโดยเฉพาะ เวลาที่จะทำการติดตั้งไม่ควรให้กระจกที่จะทำการติดร้อนจนเกินไป เพราะจะทำให้ฟิล์มติดกับกระจกเร็วเกินไปควรมีอุณหภูมิประมาณ 16-32 องศา

เวลาในการติดที่เหมาะสมควรเป็นช่วงเช้าหรือไม่ก็ช่วงเย็น และไม่ควรทำการติดตั้งในหน้าหนาว หรือที่ที่มีอากาศเย็นเกินไป

*ในกรณีที่ไม่มีห้องสำหรับทำการติดตั้ง ควรทำความสะอาดกระจกอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ด้วยน้ำยาเช็ดกระจก ถ้าจะให้ดีควรทำความสะอาดทั้ง 2 ด้านเลย และตรวจสอบดู อย่าให้มีสิ่งสกปรกหรือคราบไขมันเกาะติดอยู่

การทำความสะอาดกระจกครั้งสุดท้ายก่อนทำการติดตั้งต้องทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า หรือน้ำยาที่ไม่มีส่วนผสมของแอมโมเนีย (เพื่อไม่ให้ไปทำปฏิกริยากับกาวบนแผ่นฟิล์ม จะทำให้ฟิล์มที่ติดไม่ใส่ได้) ถ้าสามารถถอดกระจกด้านข้างออกมาได้จะทำให้การติดตั้งทำได้ง่ายขึ้น และดูเป็นมืออาชีพ

ขั้นตอนการติดตั้ง
1. วัดขนาด
วัดขนาดและรูปร่างของกระจกที่จะทำการติด ควรเหลือเพื่อไว้ประมาณ 1 นิ้ว สามารถตัดออกทีหลังได้ ไม่ควรตัดให้พอดีกับขนาดกระจก อาจใช้กระดาษแม่แบบทาบกับตัวกระจกก่อนก็ได้

2. ทำความสะอาด
ทำความสะอาดกระจกที่จะทำการติดตั้งให้สะอาดทั้งด้านนอก – ใน ถ้าไม่ได้ถอดกระจกออกมาติด ควรทำความสะอาดยางบริเวณขอบกระจกด้วย เพราะถ้าบริเวรยางขอบกระจกสกปรก เวลาฟิล์มไปโดนจะทำให้กาวบริเวณนั้นของฟิล์มแปะไม่ติด และอาจมีฝุ่นติดแผ่นฟิล์มออกมาได้

3. เตรียมน้ำยาติดฟิล์ม
หาน้ำยาติดฟิล์ม หากไม่มีอาจใช้แชมพูเด็กผสมน้ำเปล่าประมาณ 1-2 หยด ผสมให้เข้ากันในขวดน้ำแบบสเปรย์ (หรือในอัตราส่วน 15 หยด ต่อน้ำ 1/8 แกลลอน) แล้วทำการฉีดให้เปียกทั่วทั้งกระจกที่จะทำการติดตั้ง ถ้ากระจกเริ่มแห้งต้องทำการฉีดให้เปียกอยู่เสมอ

4. เริ่มติดฟิล์มกับกระจก
นำแผ่นฟิล์มไปทาบที่กระจก และตัดตามรูปของกระจก (ตัดให้พอดีกับกระจก)

*ในกรณีติดบานหน้า – หลัง เมื่อเราตัดฟิล์มเรียบร้อยแล้ว เราต้องใช้ไดรฟ์เป่าฟิล์มเพื่อให้ฟิล์มเข้าโค้งตามกระจก

5. ทำความสะอาดกระจกด้านใน – นอก อีกครั้ง
เพื่อให้แน่ใจว่าสะอาดแล้วจริงๆ โดยการใช้น้ำยาติดฟิล์มหรือแชมพูเด็ก พ่นไปที่กระจก และใช้เกียงรีดฟิล์ม หรือยางทำความสะอาดกระจก

6. ลอกพลาสติกหลังฟิล์ม
จากนั้นจึงทำการลอกพลาสติกที่อยู่ข้างหลังฟิล์มออก การจับฟิล์มต้องจับอย่างระมัดระวัง อย่าให้เกิดรอยพับจากการทับ หรือกด การลอกพลาสติกหลังฟิล์มให้ง่ายขึ้น ทำได้โดยใช้เทปใสแปะที่มุมของฟิล์มทั้งสองด้าน แล้วดึงที่เทปใส ตัวพลาสติกหลังฟิล์มจะลอกออกมาได้ง่ายขึ้น

7. ปรับตำแหน่งฟิล์ม
พ่นน้ำยาติดฟิล์มไปที่ด้านหน้ากาวของฟิล์มและกระจกด้านที่ต้องการติดตั้ง และวางกระจกทาบลงไปเบาๆ พร้อมปรับตำแหน่งฟิล์มให้เข้ารูปกับกระจกที่ต้องการติดตั้ง

8. รีดฟิล์ม
ทำการปาดฟิล์มให้แนบสนิทกับกระจกด้วยเกียงรีดฟิล์มที่เตรียมไว้ โดยปาดให้ฟองอากาศและน้ำยาออกจากใต้แผ่นฟิล์มให้หมด ควรฉีดน้ำยาที่ผสมไว้ให้ทั่วฟิล์มด้านนอกด้วย เพื่อที่เราจะได้ทำการปาดได้ลื่นมากขึ้นและสะดวกขึ้น

9. ทำความสะอาด
ใช้ผ้า หรือกระดาษทิชชู่ ทำความสะอาจคราบน้ำที่เกิดหลังการติดตั้งให้สะอาด

10. รอให้ฟิล์มแห้ง
จากนั้นทิ้งไว้ให้แห้ง ไม่ต้องตกใจกับฟองอากาศขนาดเล็กๆ ที่ยังเหลืออยู่ (ขนาดไม่เกิน 1/8″) มันจะหายไปเองพร้อมกับน้ำยาประมาณ 1 อาทิตย์ หรืออาจเร็วกว่านั้น

ฟิล์มติดรถยนต์ ราคาถูกคุณภาพดี