ต้นตอ “เซลลูไลท์ (Cellulite)” เรื่องกวนใจผู้หญิง

ต้นตอ “เซลลูไลท์ (Cellulite)” เรื่องกวนใจผู้หญิง

เซลลูไลท์หรือผิวเปลือกส้ม หมายถึง เซลล์ก้อนไขมันที่มีขนาดใหญ่ อยู่ใต้ผิวหนังที่อัดกันอยู่อย่างหนาแน่น ซึ่งจะนูนขึ้นมาบริเวณผิวหนัง เห็นเป็นผิวตะปุ่มตะป่ำ โดยมากมักพบเซลลูไลท์บริเวณต้นขา สะโพกหรือหน้าท้อง หากมีเซลลูไลท์ผิวบริเวณดังกล่าวจะมีลักษณะเหมือนผิวส้ม โดยเซลลูไลท์จะพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และพบได้ทั้งในคนผอมและคนอ้วน
การเกิดเซลลูไลท์
กลไกการเกิดเซลลูไลท์ เชื่อว่าเกิดจากการที่เซลล์ไขมันในชั้นSubcutaneous ซึ่งอยู่ใต้หนังแท้ บวม และการที่มีพังผืดเข้ามาหุ้ม ทำให้เกิดการรวมตัวของเซลล์ไขมันเป็นกลุ่มก้อนและเห็นเป็นตะปุ่มตะป่ำจากภายนอก ซึ่งสามารถอธิบายกลไกการเกิดได้ดังนี้
เซลล์ของไขมันบวมเนื่องจากมีการสะสมไขมัน  ไว้ในเซลล์เป็นปริมาณมาก
ผนังหลอดเลือดของเซลล์ไขมันจะรั่วทำให้น้ำซึมผ่านเข้าออกจากเซลล์ไขมันทำให้เกิดการคั่งของน้ำ
การระบายน้ำเหลืองไม่ดี
 เซลล์ของไขมันจะจับกันเป็นกลุ่มโดยมีคอลลาเจนล้อมรอบซึ่งทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี
 เนื้อเยื่อเกี่ยวพันจะดึงรั้ง ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเห็นเป็นคลื่นไม่เรียบเนียน อ่านเพิ่มเติม

ปวดเรื้อรัง ทำไมต้อง X-Ray และ MRI

ปวดเรื้อรัง ทำไมต้อง X-Ray และ MRI
อาการปวดหลังเรื้อรังเป็นปัญหาหนึ่งที่มีผลกระทบกับการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน โดยอาการจะมีตั้งแต่ปวดเล็กน้อย ปวดมากบางครั้ง ปวดเป็นๆ หายๆ หรือปวดมากจนต้องตื่นเวลากลางคืน ซึ่งอาการปวดดังกล่าวอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเครียดและส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตได้

อาการปวดหลังเรื้อรัง มีสาเหตุเป็นได้ตั้งแต่กล้ามเนื้อหลัง หมอนรองกระดูกหลัง ข้อต่อกระดูกหลัง เอ็นยึดกระดูกหลัง ไปจนถึงเส้นประสาทถูกกดทับหรือเส้นประสาทอักเสบ การวินิจฉัยหาสาเหตุที่ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การรักษาที่ตรงจุดจึงมีความสำคัญ
ในปัจจุบันการเอกซเรย์ (X-Ray) และเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) สามารถเข้าถึงได้ง่ายและได้ผลการรักษาโดยไม่ต้องเจ็บปวด อีกทั้งยังสามารถช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดหลังดังกล่าวได้

ผล X-Ray และผล MRI สามารถแปรผลได้แตกต่างกัน ผล X-Ray จะเห็นกระดูกและข้อต่อกระดูกชัดเจน สามารถดูว่ามีความผิดปกติคดหรือบิดเบี้ยวของตัวกระดูก หรือมีความเสื่อมของตัวข้อต่อ หรือความเสื่อมของตัวกระดูกหลังหรือไม่ ผล MRI สามารถให้ผลที่ชัดเจนมากในการดูเส้นประสาทและการกดทับของเส้นประสาท ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้ว่าเส้นประสาทเส้นใดหรือเส้นประสาทบริเวณใดถูกกดทับครับ

ทั้งนี้ MRI ยังสามารถบ่งบอกถึงภาวะการอักเสบของกระดูกหลัง ข้อต่อกระดูกหลัง และหากมีเนื้อเยื่อ หรือก้อนเนื้อผิดปกติใดๆ สามารถเห็นได้จาก MRI ได้ด้วยครับ อ่านเพิ่มเติม

เอ็นข้อศอกอักเสบ โรคฮอตฮิตคนชอบออกกำลัง

หนึ่งในอาการที่กวนใจใครหลายคนนั้นก็คือ อาการปวดบริเวณข้อศอก ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่นั้นเกิดจากจุดเกาะเอ็นและเอ็นบริเวณข้อศอกอักเสบ โดยอาการเกิดจากการใช้งานมือ ข้อมือและข้อศอกมากเกินไป หรือต้องใช้งานในลักษณะเดิมซ้ำไปซ้ำมาทำให้เกิดการอักเสบขึ้น และถึงแม้ว่าอาการเจ็บจะเป็นบริเวณข้อศอก แต่สาเหตุจริงๆ นั้น มาจากการใช้งานมือและข้อมือร่วมด้วย เพราะว่าเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณมือและข้อมือจะมาเกาะที่บริเวณข้อศอกนั้นเอง ส่งผลให้อาการเจ็บไปเกิดขึ้นที่บริเวณข้อศอกครับ

อาการอักเสบบริเวณด้านนอกของข้อศอกนี้มีชื่อเรียกว่า เทนนิส เอลโบ (Tennis elbow) ถึงแม้ว่าชื่อจะเป็นกีฬาเทนนิส แต่ว่าไม่ใช่เฉพาะนักกีฬาเทนนิสเท่านั้น ที่มีการอักเสบบริเวณนี้ ยังมีอาชีพอื่นๆ อีก เช่น ช่างนักวาดรูป แม่ครัวแม่บ้าน หรือแม้แต่กลุ่มคนที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน โดยสาเหตุยอดฮิตอีกอย่างหนึ่งที่พบมากนั่นก็คือ การออกกำลังกาย เพราะว่าการออกกำลังกายนั้น มากกว่า 80% ต้องใช้มือและข้อมือนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการตีแบดมินตัน ตีปิงปอง การเข้ายิมออกกำลังกายด้วยเครื่องมือต่างๆ หรือแม้แต่การวิดพื้น, ยกดัมเบลอยู่ที่บ้านก็ล้วนแต่ต้องใช้กล้ามเนื้อมือและข้อมือร่วมด้วยทั้งสิ้น

อาการนี้มักจะพบในคนอายุ 30-50 ปี มีอาชีพที่มีความเสี่ยงต้องใช้งานมือและข้อมือ หรือข้อศอกซ้ำไปซ้ำมาอย่างต่อเนื่อง หรือผู้ที่เล่นกีฬาเป็นประจำ โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องใช้แร็กเกต หรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้มือในการถือ จับ ประคอง ในการเล่นกีฬา

เมื่อมีการอักเสบบริเวณข้อศอก อาการปวดจะเป็นมากและอาจจะมีอาการบวมนูนขึ้นบริเวณนั้น รวมไปถึงปวด บวมลามไปที่บริเวณแขน บางครั้งลามไปถึงบริเวณข้อมือได้ หากอาการเป็นมากแม้แต่การถือแก้วน้ำหรือถือแก้วกาแฟก็ทำให้มีอาการปวดได้ อาการเหล่านี้จะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ทำงานได้ลดลง, ออกกำลังกายได้ลดลง, ไปจนถึงปวดมากเวลากลางคืนจนทำให้ตื่นนอนได้

ถ้าเป็นไม่มาก สามารถรักษาได้ง่ายๆ ด้วยการพักจากกิจกรรมนั้นๆ และรับประทานยาลดอาการปวด อาการมักจะดีขึ้นภายใน 3-7 วัน แต่ถ้าการอักเสบเป็นมากแล้วนั้น การรับประทานยาจะไม่สามารถทำให้หายเป็นปกติได้ การปล่อยให้เอ็นอักเสบบริเวณข้อศอกเป็นไปอย่างเรื้อรัง จะทำให้เกิดภาวะการอักเสบเรื้อรังของจุดต่อเอ็นและเกิดพังผืดขึ้นได้ ส่งผลให้การรักษาเป็นไปอย่างยากขึ้น ไม่สามารถรักษาโดยการรับประทานยาเพียงอย่างเดียวได้ เพราะเลือดไม่สามารถนำยาที่รับประทานผ่านเข้าไปที่พังผืดได้นั่นเอง นอกจากนี้หากผู้ป่วยมีอาการปวดข้อศอกเรื้อรัง อาการปวดนั้นอาจจะมาจากโรครูมาตอยด์ หรือโรคปลายประสาทอักเสบ หรือเส้นประสาทถูกกดทับ หรือโรคข้ออักเสบติดเชื้ออื่นๆ อ่านเพิ่มเติม

โฮมสคูล (Home school) อีกทางเลือกของการเรียน

ควันหรือแก๊สจากประทัด ช่วยป้องกันไวรัสโคโรน่า ได้
การสูดควันหรือแก๊สจากพลุหรือประทัดเป็นอันตราย และไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ ยิ่งกว่านั้นควันเหล่านี้มีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งเป็นพิษอ่อน ๆ ต่อร่างกาย และบางคนอาจมีอาการแพ้สารนี้ โดยซัลเฟอร์ไดออกไซด์จะทำให้เกิดการระคายเคืองตา จมูก คอ และปอด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดหอบหืด นอกจากนี้ การพยายามเข้าใกล้พลุเพื่อที่จะสูดควัน พลุและประทัดอาจไหม้ตัวเราได้

จดหมายหรือกล่องพัสดุที่ส่งมาจากประเทศจีนปลอดภัยมากแค่ไหน
คนที่รับสิ่งของทางไปรษณีย์จากประเทศจีนไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากการวิเคราะห์ที่ผ่านมา เราพบว่าเชื้อไวรัสโคโรนาไม่สามารถมีชีวิตได้นานเมื่ออยู่บนสิ่งของเช่น จดหมายหรือกล่องพัสดุ

สัตว์เลี้ยงที่บ้านสามารถแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขหรือแมวสามารถติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม เราควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่หลังสัมผัสกับสัตว์เลี้ยง การล้างมือให้สะอาดจะป้องกันเราจากเชื้อแบคทีเรียเช่น อีโคไล และซัลโมเนลล่า ซึ่งคนจะได้รับผ่านสัตว์เลี้ยงได้

การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำจะป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้
ยังไม่มีหลักฐานว่าการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือจะป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ มีหลักฐานจำนวนหนึ่งบ่งชี้ว่าการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือจะทำให้เราหายจากหวัดธรรมดาได้เร็ว อย่างไรก็ตามการล้างจมูกไม่ได้ช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ

น้ำยาบ้วนปากสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
ยังไม่มีหลักฐานว่าน้ำยาบ้วนปากจะป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ น้ำยาบ้วนปากบางยี่ห้อสามารถกำจัดจุลินทรีย์บางชนิดในน้ำลายได้ในระยะเวลาหนึ่ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าน้ำยาบ้วนปากจะป้องกันเราจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้

การกินกระเทียมสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้
กระเทียมเป็นอาหารที่มีประโยชน์ซึ่งมีคุณสมบัติบางอย่างในการต้านเชื้อจุลชีพ อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานจากสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบันว่าการกินกระเทียมสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ อ่านเพิ่มเติม

ใช้บริการขนส่งสาธารณะให้ปลอดภัย ในยุคโควิด-19

จากข้อจำกัดการเดินทางจากภาครัฐ ในหน่วยงานขนส่งสาธารณะหลายแห่งทั่วประเทศกำลังดำเนินการลดการแพร่กระจายของ เชื้อไวรัสโคโรน่า โดยหลายประเทศได้มีการปิดพรมแดนและประกาศเคอร์ฟิว ส่งผลให้การเดินทางทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศลดลงอย่างมาก

Avisheh Forouzesh แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อในรัฐนิวเจอร์ซีย์กล่าวว่า “ระวัง แต่ไม่กังวล” โดยแนะนำผู้ที่มีความจำเป็นต้องโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ แท็กซี่ เครื่องบิน ให้ปฎิบัติดังนี้

วิธีการโดยสารขนส่งสาธารณะให้ปลอดภัย
หากไม่สามารถล้างมือด้วยน้ำหรือสบู่ได้ทันที ควรพกเจลทำความสะอาดมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และควรใช้บ่อยครั้งเมื่อสัมผัสอุปกรณ์ในที่ส่วนรวม เพราะ เชื้อไวรัสโคโรน่า สามารถอาศัยอยู่บนพื้นผิวพลาสติกและเหล็กได้นานถึง 72 ชั่วโมง การพกเจลทำความสะอาดมือเป็นสิ่งหนึ่งที่ง่ายและทุกคนสามารถทำได้เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ CDC แนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยเฉพาะ ดวงตา จมูก และ ปาก หรือสัมผัสใบหน้าไม่ว่าจะกำลังโดยสารรถสาธารณะอยู่หรือไม่ก็ตาม
ในขณะที่อยู่บนรถบัสหรือรถไฟที่มีผู้คนพลุกพล่านและไม่สามารถย้ายไปบริเวณอื่นได้ หากมีใครกำลังไอหรือจามให้พยายามออกห่างและรีบหันหน้าไปทางอื่นทันที
ลดการจับเสาและราวตามรถขนส่งสาธารณะ หากไม่สามารถทำได้ ควรใช้เจล หรือ สเปรย์แอลกอฮอล์ล้างทำความสะอาดมือทันทีหลังจากออกจากระบบขนส่งสาธารณะ และควรจำไว้ว่าอย่าสัมผัส จมูก ตา และปาก หากใช้กระดาษทิชชูจับราวก็ควรทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด
ไม่รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ ในขณะที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากมีโอกาสสูงที่จะสัมผัสถูกใบหน้าของตนเอง
ในขณะที่ใช้บริการรถขนส่งสาธารณะควรสัมผัสโทรศัพท์มือถือให้น้อยที่สุด แม้ว่าจะเป็นการกระทำที่ยาก แต่ก็ควรที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อเตือนตัวเอง โดยลดการสัมผัสโทรศัพท์มือถือ เช่น เปลี่ยนที่พกโทรศัพท์ ตอนแรกอาจพกโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกงเป็นประจำ ให้เปลี่ยนมาใส่ไว้ในกระเป๋าแทน และควร ใช้ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์(isopropyl alcohol) คือแอลกอฮอล์ที่ใช้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค จากนั้นหยดลงบนผ้าสะอาดหรือสำลีเช็ดเฉพาะด้านนอกตัวเครื่อง หลังจากสัมผัสโทรศัพท์ อ่านเพิ่มเติม

7 ข้อดีที่ชีวิตนี้ต้อง “โยคะ”

โยคะ เกิดขึ้นที่อินเดียเมื่อประมาณ 4 – 5 พันปีก่อน ซึ่งถูกสงวนไว้เฉพาะโยคี และชนชั้นวรรณะพราหมณ์ เพื่อเอาชนะความเจ็บป่วย ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาผ่านลัทธิฮินดู พุทธศาสนา ลัทธิเซนในประเทศจีน โดยนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดแห่งศาสนานั้นๆ

โยคะ (YOGA) หมายถึง การสร้างความสมดุลของร่างกาย-จิตใจ และจิตวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียว การฝึกโยคะเป็นกระบวนการสำหรับฝึกกาย ฝึกการหายใจ และฝึกจิตให้มีความจดจ่อกับเรื่องลมหายใจเข้าออก อันจะนำไปสู่การมีสมาธิที่ดีขึ้น ในแง่ปฏิบัติต้องรวมสามอย่างเข้าด้วยกัน คือ การเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ การประสานลมหายใจเข้าออกกับการเคลื่อนไหว และมีจิตสงบนิ่งในขณะที่เคลื่อนไหว

7 ข้อดีที่ควรเล่นโยคะ
Strengthen core muscles & Improve posture การเล่นโยคะ จะช่วยให้กล้ามเนื้อแกนกลางมีความแข็งแรงซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการตึงคอบ่าไหล่อันเป็นผลมาจากการมี Posture ที่ดีขึ้น เนื่องจากหลายคนมักมีอาการปวดหลังจากการที่นั่งผิดท่า จากการทำงานหรือขับรถซึ่งทำให้ Posture ผิดและทำให้เกิดความตึงของกล้ามเนื้อหลัง จนกระทั่งเกิดการกดทับกระดูกสันหลัง ซึ่งโยคะมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้
Top to toe flexibility โยคะสามารถคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อ (muscle tone) ตั้งแต่หัวจรดเท้า เพราะท่าต่างๆ ขณะที่เราเคลื่อนไหวหรือยืดตัวนั้น จะทำให้เรามีความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อโคนขาทางด้านหลัง หลัง ไหล่ และสะโพก
Confidence booster เพิ่มความมั่นใจในการเดินและบุคลิกภาพที่ดี ท่าโยคะหลายท่าทำให้ต้องถ่ายเทน้ำหนักร่างกายในวิธีใหม่ๆ รวมถึงการทรงตัวบนขาข้างเดียว (เช่น ในท่าต้นไม้) หรือการค้ำยันตัวเองไว้ด้วยแขน (เช่น ในท่าสุนัขก้มหน้า) การทำท่าเหล่านี้พร้อมกับควบคุมลมหายใจจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและพัฒนาสมดุลร่างกายที่ดีขึ้นเป็นหนึ่งในประโยชน์สำคัญที่ได้จากโยคะ โดยเฉพาะเมื่อมีอายุมากขึ้น ท่าที่ต้องยืนบนขาข้างเดียวและท่ากลับหัวจะสร้างความแข็งแรงจากแกนกลางที่จะช่วยให้ลำตัวตั้งตรง
Help you keep your cool โยคะช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่มักจะหลั่งออกมาเมื่อเราเกิดความเครียด โดยเคสการศึกษาพบว่าการฝึกโยคะสัปดาห์ละ 1 ครั้งเป็นเวลา 2 ปียังลดสารที่ทำให้เกิดการอักเสบได้ถึง 41%
Better libido โยคะช่วยคลายความกังวล และช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเพศในร่างกาย ช่วยทำให้ผู้ฝึกบางรายที่มีปัญหาเรื่องอารมณ์ทางเพศมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
You are happier and sleep better โยคะช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยทำให้อารมณ์ดี การเล่นโยคะอย่างน้อย 1 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้สมองหลั่งสารกาบา (GABA) เพิ่มขึ้นได้ถึง 27% ซึ่งกาบา (GABA) หรือ แกมมา อะมิโนบิวทีริก แอซิด (Gamma-Aminobutyric acid) เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท (Neurotransmitter) ออกฤทธิ์ยับยั้งหรือต้านทาน (Inhibitor) เพื่อรักษาความสมดุลของระบบสารสื่อประสาท ทำหน้าที่ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความเครียด ลดอาการกระวนกระวายใจ ช่วยให้หลับง่ายขึ้น จึงสร้างสมดุลการพักผ่อนอย่างแท้จริง
You look younger สามารถช่วยให้เราดูอ่อนเยาว์ กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น เนื่องจากช่วยให้ร่างกายมีการผลิตโกรทฮอร์โมน (Growth hormone) และฮอร์โมนดีเอชอีเอ (DHEA hormone) ออกมา ซึ่งฮอร์โมนทั้งสองชนิดนี้ช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ มีพลัง กระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา อ่านเพิ่มเติม

ฤดูฝนกับโควิด-19

ใน ช่วงฤดูฝน ของทุกปีในประเทศไทย จะพบการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ โดยในปี 2562 มีผู้ป่วย 390,733 ราย เสียชีวิต 27 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุดได้แก่ กลุ่มเด็กเล็กและวัยเรียน การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้
ใน ช่วงฤดูฝน นี้ สิ่งที่ยังคงต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือ ล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัย กินของร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว เว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นอย่างน้อย 1- 2 เมตร หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในพื้นที่แออัด ไม่มีอากาศถ่ายเท เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
“ฝน” ทำให้โควิด-19 ระบาดหนักขึ้นจริงหรือ?
มีงานวิจัยหลายชิ้นซึ่งมีข้อมูลขัดแย้งกันเอง บางงานวิจัยบอกว่าความชื้นสูงทำให้การระบาดน้อยลง แต่บางงานวิจัยกลับบอกว่าความชื้นสูงยิ่งทำให้การระบาดรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยเพียงไม่กี่ชิ้นที่บอกว่าความชื้นสูงจะทำให้ระบาดหนัก รายงานชิ้นนั้นนำโดย Jin Bu แห่ง สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์จีน พบว่าไวรัสจะแพร่กระจายได้ดีขึ้นในความชื้นสัมพัทธ์ 75% และปริมาณฝนน้อยกว่า 30 มิลลิเมตรต่อเดือน แต่งานวิจัยนี้สวนทางกับคนอื่นทั้งหมด

ดร. อลัน อีแวนเจลิสตา (Dr. Alan Evangelista) ศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยาและวิทยาไวรัสแห่งโรงพยาบาลเด็กเซนต์คริสโตเฟอร์ ในเมืองฟิลาเดลเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับโคโรนาไวรัสและอนุภาคไข้หวัดใหญ่มานานหลายปี ในงานวิจัยของดร. อลัน บอกว่า เมื่อความชื้นเพิ่มขึ้นขนาดของไวรัสจะใหญ่ขึ้นและลอยออกมาจากร่างกายสู่อากาศอย่างรวดเร็ว ในทางตรงกันข้ามเมื่อความชื้นต่ำจะมีการระเหยอย่างรวดเร็วของละอองที่ออกมาจากระบบทางเดินหายใจ นั่นหมายความความชื้นในอากาศ มีส่วนทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น

การระบาดของไข้หวัดใหญ่ และโควิด 19 ในช่วงฤดูฝน
ในช่วงฤดูฝนของทุกปีในประเทศไทย จะพบการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ โดยกรมควบคุมโรค สรุปสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปี 2562 พบว่ามีผู้ป่วย 390,733 ราย เสียชีวิต 27 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุดได้แก่ กลุ่มเด็กเล็กและวัยเรียน โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการระบาดขึ้นก็คือความชื้นในอากาศและอุณหภูมิที่เย็นลง เพราะจะทำให้ไวรัสมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น

นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาเตือนประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีการประกาศว่าประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแล้วตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่า แม้ว่าช่วงนี้จะพบผู้ติดเชื้อในประเทศไทยจำนวนน้อยมาก โดยส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นการเดินทางมาจากต่างประเทศ แต่สถานกาณ์ผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ทั่วโลกมากกว่าวันละแสนราย จึงเป็นการยากที่จะควบคุมและจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาเพื่อพัฒนาวัคซีนที่สามารถยับยั้งโรคนี้ให้หมดไป อ่านเพิ่มเติม

ปวดตา… จากการทำงานคอมพิวเตอร์

ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทำให้พบ ปัญหาอาการปวดตา เมื่อยล้า แสบตา สู้แสงไม่ได้ เนื่องจาก การใช้สายตาทำคอมพิวเตอร์มากเกินไป ซึ่งอาการล้าเกิดจาก 1. การดูคอมพิวเตอร์เป็นการมองระยะใกล้ ทำให้กล้ามเนื้อตาต้องเกร็งเพื่อปรับโฟกัส 2. แสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์จะกระตุ้นการทำงานของจอประสาทตา(มากกว่าการดูกระดาษพิมพ์) 3. จอคอมพิวเตอร์ที่มีความถี่ต่ำภาพจะเต้นมากกว่าจอที่มีความถี่สูง

ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทำให้พบปัญหาอาการปวดตา เมื่อยล้า แสบตา สู้แสงไม่ได้ เนื่องจาก การใช้สายตาทำคอมพิวเตอร์มากเกินไป ซึ่งอาการล้าเกิดจาก

1. การดูคอมพิวเตอร์เป็นการมองระยะใกล้ ทำให้กล้ามเนื้อตาต้องเกร็งเพื่อปรับโฟกัส
2. แสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์จะกระตุ้นการทำงานของจอประสาทตา(มากกว่าการดูกระดาษพิมพ์)
3. จอคอมพิวเตอร์ที่มีความถี่ต่ำภาพจะเต้นมากกว่าจอที่มีความถี่สูง

นอกจากนี้บางคนอาจจะมีปัญหาสายตาเอียง สายตา 2 ข้าง ไม่เท่ากัน สายตายาว (ยาวตั้งแต่เกิดและยาวเนื่องจากอายุ) ดังนั้น การดูคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมงหลายวัน ไม่ได้พักตา หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ย่อมทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้า ผลก็คืออาการปวดตา แสบตา สู้แสงไม่ได้ บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้

วิธีแก้ไข
1. ปรับแสง ความสว่างจอคอมพิวเตอร์ให้พอเหมาะกับสภาพแสงภานในห้องทำงาน ปรับสีจอไม่ควรใช้สีที่เป็นโทนสีร้อนแรง
2. ปรับระยะห่างหน้าจอ(เพิ่มระยะห่าง)ให้มากขึ้นเพื่อลดการเกร็งของกล้ามเนื้อตา
3. ปรับความถี่ของหน้าจอ(Refresh Rate)ให้สูงขึ้น ในกรณีที่สามารถปรับได้
4. ควรพักสายตาเป็นช่วงๆเท่าที่ทำได้(ยิ่งบ่อยยิ่งดี) ด้วยการหลับตาและมองไกลๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อตาคลายตัว
5. การนวดตาเบาๆและการบริหารกล้ามเนื้อตาด้วยการกรอกตา เพื่อลดการเกร็งของกล้ามเนื้อตาบางมัด อ่านเพิ่มเติม

ว่าด้วยเรื่อง… กลิ่นปาก ปากเหม็น

กลิ่นปาก เป็นปัญหาสำคัญหนึ่งในผู้ป่วย ที่ทำให้สูญเสียความมั่นใจ บุคคลิกภาพในทางสังคม แม้จะไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตอย่างเช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ แต่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการเข้าสังคม การพบปะพูดคุยกับผู้อื่น เพราะผู้อื่นก็มักจะไม่บอกผู้ป่วย ทำให้ไม่ทราบ ยกเว้นจะสังเกตได้เอง โดยทั่วไปสาเหตุหลักๆ ของกลิ่นปากมาจาก 2 สาเหตุ ภายในช่องปาก นอกช่องปาก 90% พบในสาเหตุจากช่องปากมากกว่า จากการศึกษาเปรียบเทียบ กับ โรคเหงือกจะพบกลิ่นปากได้บ่อยกว่าคนทั่วไปที่ไม่มีโรคเหงือก เกิดจากสารเคมีจำพวกซัลเฟอร์ ผสมปนกับน้ำลาย และ เชื้อโรคแบคทีเรียในช่องปาก

กลิ่นปาก ปากเหม็น เป็นปัญหาสำคัญหนึ่งในผู้ป่วย ที่ทำให้สูญเสียความมั่นใจ บุคคลิกภาพในทางสังคม แม้จะไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตอย่างเช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ แต่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการเข้าสังคม การพบปะพูดคุยกับผู้อื่น เพราะผู้อื่นก็มักจะไม่บอกผู้ป่วย ทำให้ไม่ทราบ ยกเว้นจะสังเกตได้เอง

โดยทั่วไปสาเหตุหลักๆ ของกลิ่นปากมาจาก 2 สาเหตุ
ภายในช่องปาก
นอกช่องปาก

90% พบในสาเหตุจากช่องปากมากกว่า จากการศึกษาเปรียบเทียบ กับ โรคเหงือกจะพบกลิ่นปากได้บ่อยกว่าคนทั่วไปที่ไม่มีโรคเหงือก เกิดจากสารเคมีจำพวกซัลเฟอร์ ผสมปนกับน้ำลาย และ เชื้อโรคแบคทีเรียในช่องปาก

ตำแหน่งที่พบได้บ่อยๆ ที่มีกลื่นปากและเชื้อแบคทีเรียสะสมได้ง่าย ได้แก่
บริเวณโคนลิ้นด้านหลัง เนื่องจากกลไกธรรมชาติจะไม่สามารถทำความสะอาดได้ดี ซึ่งมีทอนซิลโคนลิ้นกับตุ่มนูนๆ สามารถเป็นที่สะสมแบคทีเรีย ที่ต่างผลิตมูก (mucus) สามารถผลิตมูกมาเคลือบลิ้น ทำให้เป็นแหล่งที่อยู่ของเชื้อโรคได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีสุขภาพช่องปากไม่ดี โรคเหงือก ฟัน จะเพิ่มเชื้อโรคในช่องปากได้อีก
บริเวณซอกฟัน ช่องเหงือก หรือหินปูนเกาะ เชื้อโรคจะสะสมบริเวณดังกล่าวได้ง่าย เพราะเป็นซอกทำความสะอาดยาก ดูแลได้ลำบาก ยกเว้นใช้ไหมขัดฟัน และแปรงฟันอย่างทั่วถึง

ปัจจัยอื่นๆ ซึ่งทำให้เกิดกลิ่นปาก ได้แก่
ทอนซิลอักเสบเรื้อรัง ทำให้เป็นหลุมและสิ่งสกปรกตกค้างหลุมปนกับเชื้อโรคในช่องปาก
ปริมาณน้ำลายลดลง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยหลังฉายแสงบริเวณลำคอ
แผลอักเสบเรื้อรัง หรือ เป็นบ่อยๆ เช่น จากเชื้อเริม เชื้อรา
หลังผ่าตัดทอนซิล เนื้องอกในปาก
ฟันปลอมสกปรก ไม่ได้ล้างทำความสะอาด ใส่ข้ามคืน
สูบบุหรี่

ที่เหลือ เป็นสาเหตุจากนอกช่องปาก ประมาณ 10% เช่น ไซนัสอักเสบทำให้มีน้ำมูกไหลลงคอ ภาวะเนื้องอกในจมูก สิ่งแปลกปลอมตกค้างในจมูก

นอกจากนี้ อาหารที่รับประทานเข้าไปก็มีส่วนทำให้เกิดกลิ่นปากได้ เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น กระเทียม หัวหอม ทุเรียน สะเอา สะตอ เครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง อ่านเพิ่มเติม

โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก ( Hemifacial spasm)

โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก ( Hemifacial spasm)

เป็นโรคที่มีการกระตุกของกล้ามเนื้อใบหน้ารอบกระบอกตาและมุมปากด้านใดด้านหนึ่ง เกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาทคู่ที่ 7 ที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อใบหน้า สามารถเจอได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย แต่มักเจอบ่อยในวัยกลางคน อาการมักเป็นมากขึ้นเวลาเครียดหรืออดนอน ระดับความรุนแรงของโรคมีได้ตั้งแต่รุนแรงน้อย โดยมีแค่การกระตุของกล้ามเนื้อรอบดวงตาหรือมุมปากเป็นครั้งๆ จนถึงรุนแรงมากโดยทำให้เกิดการดึงรั้งของกล้ามเนื้อใบหน้าจนส่งผลต่อการมองเห็นได้
สาเหตุของโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก: พบได้ทั้งแบบที่ไม่มีสาเหตุ หรือ อาจเกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาทคู่ที 7 ที่อาจโดนกดเบียดทับจากเส้นเลือดที่ออกมาจากก้านสมอง หรือจากเนื้องอกสมองก็ได้ บางรายเกิดขึ้นตามหลังภาวะการถูกทำลายของเส้นประสาท เช่น จากอุบัติเหตุ หรือหลังจากเป็นโรคใบหน้าเป็นอัมพาตครึ่งซีก
การรักษา : จำเป็นต้องรักษาตามสาเหตุที่เป็นในกลุ่มที่มีสาเหตุชัดเจน ส่วนการลดภาวะกระตุกของใบหน้า สามารถรักษาได้หลายวิธี

การใช้ยา ปัจจุบันมียาหลายกลุ่มที่นำมาใช้รักษาโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกเช่น ยานอนหลับกลุ่ม clonazepam หรือยากันชักบางประเภท อ่านเพิ่มเติม